เทคนิค กล่อมลูกนอน ด้วย White noise

ปัญหาลูกทารกนอนยาก ไม่ยอมนอน ถือเป็นหนึ่งปัญหาปวดหัวใจ ทำคุณพ่อคุณแม่หลายๆ บ้านเครียดและไม่สบายใจไปตามๆ กัน เพราะเมื่อลูกนอนยาก งอแง ไม่ยอมหลับ ก็มักจะงอแงร้องไห้น้ำหูน้ำตาไหล ปลอบอย่างไรก็ไม่หาย กว่าจะนอนได้ก็นานเป็นชั่วโมง  แถมเวลาลูกหลับแล้วตื่นมาทีไรก็ยังงอแง อารมณ์ไม่ดี เลี้ยงยากจนคุณแม่ๆ ทั้งหลายเพลียใจ

ลูกน้อยทารกควรนอนมากแค่ไหน ?

คุณแม่รู้ไหมว่าลูกทารกวัยแรกเกิด- 1 เดือน นอนกลางวันถึงวันละ 8-9 ชั่วโมง และกลางคืนอีก 8-9 ชั่วโมง รวม 15-18 ชั่วโมงต่อวัน  ส่วนลูกวัย 1 -3 เดือน นอนกลางวันวันละ 6-7 ชั่วโมง และกลางคืนอีก 9-10 ชั่วโมง   รวมประมาณ 15 ชั่วโมง  จนเมื่อลูกน้อยวัย 6 เดือน เริ่มนอนน้อยลง คือ นอนกลางวันลงเหลือ 3-4 ชั่วโมง และกลางคืน 10-11 ชั่วโมง รวม 14-15 ชั่วโมง  จนลูกโตถึงวัย 1 ปี จะนอนกลางวันน้อยลงเหลือ 2-3 ชั่วโมง และกลางคืน 11-12 ชั่วโมง

จะเห็นได้ว่าลูกน้อยจำเป็นต้องนอนยาวนานมากเพียงพอ  ซึ่งปัญหาลูกไม่ยอมนอน นอนยาก หลับไม่สนิท ถือเป็นปัญหาใหญ่ที่คุณพ่อคุณแม่ต้องรีบแก้ไข เนื่องจากหากปล่อยไว้นาน จะส่งผลทำให้การเจริญเติบโตของลูกไม่เต็มที่ พัฒนาการทางร่างกาย สมองและอารมณ์ไม่พัฒนาได้ดีตามวัย เพราะการนอนหลับที่ยาวนานและเพียงพอ มีส่วนสำคัญต่อการช่วยให้ลูกน้อยเติบโตได้ดี มีพัฒนาการที่ก้าวหน้าทุกด้าน ฉะนั้นอย่ารอช้า  ควรรีบหาวิธีการแก้ปัญหานี้ทันทีค่ะ

White noise ตัวช่วยกล่อมลูกนอน ดี มีสมาธิ

คุณแม่รู้ไหมว่า มีเทคนิคการกล่อมลูกน้อยให้นอนหลับได้ง่าย แก้ปัญหาลูกนอนยาก ด้วยการใช้ White noise กล่อมลูกน้อยให้นอนหลับง่าย ผ่อนคลาย แถมยังช่วยสร้างสมาธิให้ลูกเบบี๋ได้อีกด้วย

White noise คืออะไร?

White noise คือเสียงบำบัดสีขาว หรือเสียงที่ได้ยินแล้วทำให้เพลิดเพลิน ผ่อนคลาย สบายใจ  โดยเป็นเสียงที่มีความถี่สม่ำเสมอ มีความราบเรียบ เมื่อได้ยินแล้วจะทำให้คนฟังมีสมาธิ มีความสงบในจิตใจ และทำให้คนฟังจดจ่ออยู่กับเสียงนั้น ตัดความวุ่นวายหรือสนใจเสียงอื่นๆ ทำให้คนที่ได้ยินเสียง White noise เกิดความรู้สึกสงบ ผ่อนคลาย มีสมาธิ และนอนหลับได้ง่ายนั่นเอง

เสียงแบบไหน เรียกว่า White Noise ?

White noise เป็นเสียงหรือดนตรีที่มีความถี่สม่ำเสมอต่อเนื่อง มีลักษณะคล้ายกับเสียงพัดลม  เสียงฝน เสียงไดร์เป่าผม เสียงเครื่องดูดฝุ่น เสียงวิทยุซ่าๆ เสียงของน้ำไหล เสียงของลมที่พัดผ่านใบไม้ เสียงนกร้อง เสียงของสัตว์ตามธรรมชาติ ซึ่งมีทั้งเสียงที่เกิดจากเครื่องใช้ไฟฟ้า และเสียงที่เกิดจากธรรมชาติ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเสียงที่ดังในระดับเดียวกันและสม่ำเสมอ

ทำไม? White noise ช่วย กล่อมลูกนอน ได้

เพราะขณะที่ลูกน้อยยังอยู่ในครรภ์คุณแม่ตลอดเวลา 9 เดือน ลูกจะคุ้นเคยกับเสียงที่ได้ยินเป็นประจำผ่านหน้าท้องคุณแม่ ได้แก่ เสียงหัวใจเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอของคุณแม่  เสียงหึ่งๆ จากอากาศและเสียงน้ำเวลาที่ลูกน้อยกำลังลอยอยู่ในน้ำคร่ำ  ทำให้ลูกน้อยเบบี๋คุ้นชินกับเสียงในลักษณะนี้มายาวนาน  ซึ่งเสียงแบบนี้คือเสียง White noise ที่มีความราบเรียบ สม่ำเสมอและต่อเนื่อง ดังนั้นการใช้เสียง White noise ที่มีถี่สม่ำเสมอคล้ายหรือเลียนแบบเสียงหัวใจแม่และอื่นๆ จึงทำให้ลูกทารกรู้สึกคุ้นเคยกับบรรยากาศเดิม ทำให้ลูกเคลิ้มหลับหรือเงียบสงบลงได้

มาใช้ White noise กล่อมลูกนอน กันเถอะ

ปัจจุบันมีตัวช่วยมากมาย ที่สร้างเสียง White noise ให้ลูกน้อยทารกฟังได้ง่าย ช่วยให้คุณแม่กล่อมลูกด้วยเสียงดีๆ แก้ปัญหาหลับยากได้ แถมยังมีผลไม่ได้ช่วยแค่เด็กทารกเท่านั้น เพราะสามารถใช้เสียงดีๆ นี้ได้ทั้งกับเด็กโตและในผู้ใหญ่ เพื่อช่วยให้หลับได้ง่ายเช่นกัน

  • สร้างเสียง White noise เอง เช่น เปิดพัดลมให้ได้ยินเสียงพัดลมพอเบาๆ เปิดซีดีเสียงน้ำตกไหลให้ลูกฟัง และเปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าเช่น เครื่องดูดฝุ่น หรืออื่นๆ  แต่วิธีการนี้อาจไม่ได้ยินเสียงที่สม่ำเสมอเท่าไร หรือบางครั้งเสียงเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านที่เราควบคุมไม่ได้ อาจไม่ได้ดังพอดี  เสียงดังบ้างเงียบมาก หรือมีเสียงดังมากเกินไปจนทำให้ลูกไม่หลับ  และยังอาจดังจนไปรบกวนคนในครอบครัวได้อีกด้วย
  • ใช้เสียง White noise จาก App เพราะปัจจุบันคุณพ่อคุณแม่เกือบทุกท่านจะใช้สมาร์ทโฟน ซึ่งสามารถโหลดแอพพลิเคชั่นที่มีเสียง White noise มาเปิดให้ลูกฟังได้  ซึ่งไม่ว่าจะใช้โทรศัพท์ระบบ iOS หรือ Android ก็สามารถโหลดแอพมาแล้วเปิดให้ลูกฟังได้เลย ตัวอย่างแอพที่มีเสียง White noise เช่น White Noise Free, Baby  White Noise Box  แต่การใช้เสียง White noise ผ่านแอพฯ นั้น จะต้องเปิดให้ลูกฟังเป็นเวลาค่อนข้างนาน ก็อาจจะทำให้โทรศัพท์หรืออุปกรณ์ของคุณพ่อคุณแม่แบตหมดได้ และยังทำให้ไม่สามารถใช้โทรศัพท์เพื่อทำงานหรือติดต่อเรื่องอื่นๆ ได้ด้วย
  • ใช้เปลไกวไฟฟ้า/เปลไกวอัตโนมัติ ที่มี White noise สำหรับครอบครัวยุคใหม่แนะนำให้เลือกใช้เปลไกวไฟฟ้าหรือเปลไกวอัตโนมัติที่รวมทุกฟังก์ชั่นเพื่อช่วยให้ลูกน้อยนอนหลับได้ง่ายดาย สะวดก สบายใจ ประหยัดเวลาและคุ้มค่าไปพร้อมกัน

เปลไกวอัตโนมัติบางรุ่น มีเสียงประเภท White noise ประกอบเพื่อกล่อมลูกน้อยให้นอนหลับสนิท หลับได้เร็วและยาวนาน  โดยมีเสียงดนตรีและเสียงธรรมชาติให้เลือกถึง 8 แบบ ช่วยสร้างบรรยากาศการนอนหลับให้ลูกน้อยได้อย่างดี หรือแม้จะเป็นการนั่งเล่นนอนเล่น ก็เปิดเสียงดนตรีเพื่อพัฒนาและกระตุ้นการได้ยิน ให้ลูกน้อยเพลิดเพลิน สงบ มีสมาธิ ให้ลูกอารมณ์ดีและนอนหลับได้ยิ่งขึ้น

และไม่ใช่แค่เสียงดนตรีที่ช่วยให้ลูกนอนหลับได้ง่ายและยาวนาน การใช้เปลไกวไฟฟ้ายังช่วยแกว่งไกวให้ลูกนอนสบายคล้ายการอยู่ในท้องแม่ เรียกได้ว่าซื้อครั้งเดียวสุดคุ้มค่า เพราะคุณพ่อคุณแม่จะได้ทั้งเปลนอนลูก แบบที่ไม่ต้องมานั่งไกวเอง เพราะเปลสามารถตั้งระดับการไกวและตั้งเวลาไกวเปลได้อัตโนมัติ พร้อมกับมีเสียง  White noise กล่อมลูกน้อยให้เลือกมากมาย ให้ครอบครัวคุ้มค่าสะดวกสบายแบบ 2 in 1

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

การเลี้ยงลูกให้มีสุขภาพดีเริ่มต้นจากการให้ลูกกินอาหารที่มีประโยชน์ แต่การที่ลูกไม่ยอมกินข้าวเป็นปัญหาที่แม่หลายคนต้องพบเจอ แม้ว่าจะเป็นเรื่องธรรมดาของเด็กในวัยทารกหรือวัยเด็กเล็ก แต่หากปล่อยไว้ อาจส่งผลกระทบต่อพัฒนาการและสุขภาพของลูกในระยะยาว ดังนั้นวันนี้เรามีวิธีจัดการลูกไม่ยอมกินข้าวที่ได้ผลจริงมาฝากค่ะ 1. สร้างสภาพแวดล้อมในการทานอาหารที่ดี บรรยากาศการทานอาหารที่ดีช่วยให้ลูกอยากทานมากขึ้น คุณแม่ควรสร้างบรรยากาศที่สนุกสนานและไม่กดดันขณะทานอาหาร เช่น การทานอาหารร่วมกันกับครอบครัว หรือการตั้งโต๊ะอาหารที่มีสีสันและดูน่าสนใจ เคล็ดลับ: 2. ให้ลูกมีส่วนร่วมในการเลือกอาหาร เด็กมักจะรู้สึกสนุกและมีความภาคภูมิใจเมื่อได้เลือกหรือช่วยเตรียมอาหารเอง คุณแม่สามารถให้ลูกมีส่วนร่วมในการเลือกเมนูอาหารหรือการจัดเตรียมอาหารบางอย่าง เพื่อให้พวกเขารู้สึกว่าการทานอาหารเป็นเรื่องสนุกและไม่น่าเบื่อ เคล็ดลับ: 3. หลีกเลี่ยงการบังคับให้กินอาหาร การบังคับให้ลูกทานอาหารอาจทำให้ลูกเกิดความเครียดและต่อต้านการทานอาหารมากขึ้น การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับอาหารจะช่วยให้ลูกมีทัศนคติที่ดีต่อการทานอาหาร เคล็ดลับ: 4. เปลี่ยนเมนูอาหารให้หลากหลาย เด็กมักเบื่ออาหารที่ซ้ำซาก ดังนั้นคุณแม่ควรเปลี่ยนเมนูอาหารให้หลากหลายและน่าสนใจ เช่น การทำอาหารในรูปแบบต่างๆ หรือการเพิ่มรสชาติใหม่ๆ เข้าไปในอาหาร เคล็ดลับ: 5. ไม่เสิร์ฟของหวานก่อนมื้ออาหาร การเสิร์ฟของหวานหรือขนมก่อนมื้ออาหารจะทำให้ลูกอิ่มท้องก่อนและไม่อยากทานข้าว ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการให้ขนมก่อนมื้ออาหาร เคล็ดลับ: 6. ทานอาหารร่วมกับลูก การทานอาหารร่วมกับลูกจะช่วยให้ลูกเห็นแบบอย่างในการทานอาหารที่ดี และทำให้ลูกรู้สึกมีส่วนร่วมในการทานอาหารด้วยกัน เคล็ดลับ: 7. ควบคุมเวลาการทานอาหาร การมีเวลาทานอาหารที่ชัดเจนจะช่วยให้ลูกสร้างนิสัยการทานอาหารที่ดี ไม่ทานอาหารระหว่างมื้อซึ่งอาจทำให้ลูกไม่หิวเวลาทานข้าว เคล็ดลับ: 8. ให้รางวัลเมื่อทานอาหารเสร็จ การให้รางวัลเล็กๆ น้อยๆ เมื่อทานอาหารเสร็จแล้วเป็นวิธีหนึ่งที่จะกระตุ้นให้ลูกทานอาหารอย่างเต็มใจ โดยรางวัลไม่จำเป็นต้องเป็นขนมหรือของหวานเสมอไป […]

คุณแม่มือใหม่ขอให้ยกมือขึ้น! ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดีกับว่าที่คุณแม่ทุกคนด้วยนะคะ มั่นใจเลยว่า ตอนนี้คุณแม่ทั้งหลายต้องกำลังรู้สึกหัวหมุนติ้วๆ กับการเตรียมของให้ลูกน้อยอยู่แน่ๆ เพราะไอเท็มที่วางขายอยู่ในท้องตลาดนั้นมีเป็นล้านแปดพันเก้า อันนี้ก็น่ารัก อันนี้ก็ดูจำเป็น แต่ถ้าเราจะซื้อทุกอย่างก็คงไม่ไหว สำหรับบทความนี้ เราก็เลยนำเช็คลิสต์แบบครบถ้วนทุกหมวดมาฝากกันค่ะ มาดูกันดีกว่าว่าคุณแม่ยังขาดอะไรไปบ้าง 1. หมวดการนอน 2. หมวดให้นม 3. หมวดการกิน 4. หมวดอาบน้ำ/สุขอนามัย 5. หมวดการแต่งตัว 6. หมวดเดินทาง 7. หมวดฝึกพัฒนาการ 8. หมวดสุขภาพ/ดูแล 9. หมวดปกป้องลูกน้อย 10. หมวดทำความสะอาด และนี่ก็คือเช็คลิสต์ของสำคัญที่คุณแม่ขาดกันไม่ได้เลยค่า ทั้งนี้ทั้งนั้น อยากให้คุณแม่จำไว้เสมอว่า การซื้อสินค้าสำหรับลูกทุกครั้งนั้นควรคำนึงหลายๆ เรื่อง ไม่ใช่แค่เรื่องของราคา แต่เป็นเรื่องของคุณภาพ และการใช้งานในระยะยาวด้วยน้า

รถเข็นเด็ก แบบไหน ขึ้นเครื่องบินได้? เมื่อลูกน้อยเข้าสู่วัย 6 เดือน เริ่มมีภูมิคุ้มกันที่มากขึ้น คุณพ่อคุณแม่ก็คงอยากจะพาลูกน้อยออกไปท่องเที่ยว ดูโลกกว้าง หรือพาบินลัดฟ้าไปเยี่ยมคุณปู่คุณย่าที่ต่างจังหวัด รถเข็นเด็ก จึงเป็นตัวช่วยให้การเดินทางของคุณและลูกน้อยสะดวกสบาย แล้วรถเข็นแบบไหนกัน ที่สามารถนำขึ้นเครื่องบินได้ และจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มหรือไม่? Babygift ได้เตรียมคำตอบรอไว้ให้คุณพ่อคุณแม่แล้วค่ะ กฎของการนำ รถเข็นเด็ก ขึ้นเครื่องบินของสายการบิน รถเข็นเด็กจัดเป็นสัมภาระติดตัวชนิดหนึ่ง ที่สามารถนำขึ้นเครื่องบินไปได้ โดยเด็ก/ทารก 1 คน มีสิทธิ์ในการนำรถเข็นขึ้นเครื่องได้ 1 คัน โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ในกรณีที่มีมากกว่า 1 คัน ผู้โดยสารจะต้องซื้อน้ำหนักสัมภาระเพิ่ม โดยที่รถเข็นเด็กที่นำขึ้นเครื่องบินไปด้วยนั้น ไม่มีข้อจำกัดในเรื่องของขนาดพับเล็ก หรือพับใหญ่ แต่จะต้องเป็นรถเข็นที่พับได้เท่านั้น และจะต้องเป็นรถเข็นที่มีน้ำหนักตามที่สายการบินกำหนด โดยสามารถเช็คได้จากขนาดสัมภาระที่สายการบินอนุญาตให้นำติดตัวขึ้นเครื่องบินได้นั่นเองค่ะ วิธีการนำรถเข็นเด็กติดตัวขึ้นเครื่องบิน หมายเหตุ *แต่ละสายการบินมีนโยบายที่แตกต่างกัน รวมถึงนโยบายของสนามบินปลายทาง รวมถึงสภาพอากาศในวันที่เดินทาง กรุณาตรวจสอบเงื่อนไขกับสายการบินทุกครั้งก่อนวันออกเดินทาง เพื่อความสะดวกสบายสูงสุดของท่าน รถเข็นเด็กแบบ “พับเล็ก” สามารถนำเก็บบนช่องเก็บสัมภาระเหนือศีรษะ (Overhead bin) ได้หรือไม่? คำตอบคือ ได้ค่ะ หากรถเข็นเมื่อพับแล้วมีขนาดเล็ก ตามขนาดสัมภาระที่สายการบินกำหนด […]

แพมเพิส หรือผ้าอ้อมสำเร็จรูป เรียกว่าเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับเด็กเล็กที่จะใช้กันตั้งแต่แรกเกิด เพราะว่าช่วยให้คุณพ่อคุณแม่สะดวกสบายมากขึ้น ประหยัดเวลาในการซักทำความสะอาด แถมเวลาออกจากบ้านก็ไม่ต้องกังวลเรื่องการเปื้อนเลอะ ซึ่งคุณแม่หลายๆ คนอาจจะมีคำถามในใจว่าจะให้ลูกเลิกแพมเพิสกี่ขวบดี ดังนั้นในบทความนี้ BabyGift จะมาไขข้อข้องใจให้กับคุณแม่กันค่ะ ให้ลูกเลิกแพมเพิสกี่ขวบดี ? ชวนคุณแม่ทำความเข้าใจก่อนให้ลูกเลิกใช้แพมเพิส หนึ่งในคำถามยอดนิยมของเหล่าคุณแม่ก็หนีไม่พ้นเรื่องที่ว่าจะให้ลูกเลิกใช้ผ้าอ้อมสำเร็จรูปเมื่อไหร่ดี เนื่องจากเรื่องของค่าใช้จ่าย ความกังวลที่ว่าลูกจะติดแพมเพิส ความสะดวกสบายในการสวมใส่ของเด็ก ฯลฯ อีกมากมาย สำหรับเรื่องของช่วงเวลาของการเลิกแพมเพิสนั้นจะเป็นยังไงบ้าง เรามาดูรายละเอียดกันเลยค่ะ เลิกแพมเพิสกี่ขวบดี ? ถ้าจะถามว่าควรเลิกใช้ผ้าอ้อมสำเร็จรูปเมื่อไหร่ดี จริงๆ ไม่ได้มีกำหนดตายตัวค่ะ อยากให้ดูจากความพร้อมของลูก และคุณพ่อ คุณแม่ มากกว่า เด็กบางคน 8 เดือนก็เลิกได้แล้ว บางคนก็มาเลิกได้ตอนช่วงก่อนเข้าโรงเรียนในช่วง 3 – 4 ขวบ ดังนั้น BabyGift จึงพูดได้ว่าไม่ได้มีกำหนดเวลาตายตัวจริงๆ และคุณพ่อคุณแม่ก็ไม่ควรไปกดดันน้องๆ ให้ลูกของเรามีความพร้อมจะดีที่สุดค่ะ ซึ่งสิ่งสำคัญคือต้องอดทนและให้กำลังใจเด็ก เพราะว่าการฝึกขับถ่ายเป็นก้าวสำคัญของพัฒนาการ และแต่ละคนมีจังหวะที่แตกต่างกัน ไม่ควรกดดันหรือเปรียบเทียบกับเด็กคนอื่น และหากว่าคุณแม่มีข้อกังวลอื่นๆ อาจปรึกษาแพทย์เพื่อขอคำแนะนำค่ะ แล้วจะรู้ได้ยังไงว่า ลูกของเราพร้อมที่จะเลิกแพมเพิส ? สิ่งสำคัญของเรื่องนี้คือ ให้ลูกสบายใจ […]

เมื่อรู้ตัวว่าท้อง แม่ๆทุกคนก็อยากดูแลปกป้องลูก ซึ่งในชีวิตประจำวันของแม่ยังต้องมีการเดินทางด้วยรถยนต์จากเดิมที่คาดเข็มขัดได้ปกติ อาจรู้สึกกังวลว่าสายเข็มขัดนิรภัยจะรัดโดนลูกในห้องหรือกลัวสายเข็มขัดนิรภัยกระชากโดนท้อง จึงเกิดนวัตกรรมใหม่จากประเทศออสเตรเลีย เป็น “คาร์ซีทแม่ท้อง” ตัวช่วยใหม่ที่จะช่วยปกป้องคุณแม่ คาร์ซีทแม่ท้อง คืออะไร  คาร์ซีทแม่ท้อง คือ อุปกรณ์เสริมติดรถยนต์ ลักษณะเป็นเบาะรองนั่งนิรภัย โครงสร้างด้านในแข็งแรงเป็นเหล็กมีตะขอเหล็กสำหรับเกี่ยวสายเข็มขัดนิรภัย  เพื่อให้สายเข็มขัดพาดผ่านบริเวณหน้าขาแทนการคาดบริเวณหน้าท้อง ช่วยปกป้องลูกน้อยในครรภ์และคนท้องให้ปลอดภัย และช่วยให้ไม่รู้สึกอึดอัดเวลาคาดเข็มขัดนิรภัย  และรองด้วยเมมโมรี่โฟม ทำให้การนั่งรถสบายขึ้น ภายนอกสุดหุ้มด้วยผ้ากำมะหยี่ ลดการลื่นไถล เป็นสินค้าประเภทความปลอดภัยระหว่างการเดินทางด้วยรถยนต์คล้ายกับคาร์ซีท ที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก  ซึ่งในประเทศไทยคาร์ซีทแม่ท้อง จัดเป็นนวัตกรรมที่ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก อ้างอิงจากข้อมูลของ National Highway Traffic Safety Administration ระบบเข็มขัดนิรภัยในปัจจุบันทำให้ทารกในครรภ์เสี่ยงต่อการบาดเจ็บและเสียชีวิต ทำให้ในต่างประเทศนิยมใช้คาร์ซีทแม่ท้อง ซึ่งปัจจุบันมีจำหน่ายแล้วในประเทศไทย ที่มาของคาร์ซีทแม่ท้อง  วิศวกรชาวออสเตรเลียที่เคยมีประสบการณ์อุบัติเหตุทางรถยนต์ขณะที่ภรรยาตั้งครรภ์ได้ 7 เดือน ผลการตรวจร่างกายและความปลอดภัยของลูกในครรภ์ปกติ เมื่อลูกคลอดพบว่าลูกไม่สามารถพัฒนาร่างกายให้เจริญเติบโตให้เหมาะสมกับช่วงอายุ เนื่องจากการถูกกระแทกในอุบัติเหตุครั้งนั้น  จึงเป็นแรงบันดาลใจในการคิดค้นนวัตกรรมในที่ช่วยให้การคาดเข็มขัดนิรภัยของคนท้องปลอดภัยและง่ายขึ้น นั้นก็คือ คาร์ซีทแม่ท้อง Tummy Shield เพื่อเป็นทางเลือกใหม่สำหรับคนท้อง ที่ต้องการปกป้องลูกน้องในครรภ์และตนเองให้ปลอดภัย   วัสดุของคาร์ซีทแม่ท้อง Tummy Shield แข็งแรงไหม ทำจากอะไร? คาร์ซีทแม่ท้อง Tummy Shield ประกอบด้วยวัสดุอะไรบ้าง?  คาร์ซีทแม่ท้อง Tummy Shield การันตีความปลอดภัย ด้วยผลการทดสอบความปลอดภัยโดยสถาบันระดับสากล  ADRs กฎการออกแบบของออสเตรเลีย เป็นมาตรฐานทางเทคนิคระดับชาติสำหรับความปลอดภัยของยานพาหนะที่สอดคล้องกับกฎระเบียบ “ECE” ที่ประกาศใช้  […]

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
Promotions
Locations
BabyGift Family
BabyGift Care
Parents Guide
News & Event

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid