วิธีกระตุ้นน้ำนม มีอะไรบ้าง ? ทำยังไงให้คุณแม่มีน้ำนมเพียงพอต่อลูกน้อย ?!

ใครๆ ก็รู้ว่าน้ำนมแม่สำคัญต่อพัฒนาการของลูกน้อยมากแค่ไหน แต่น้ำนมของคุณแม่แต่ละคนไม่ได้มีเยอะเท่ากันใช่มั้ยหล่ะคะ บางคนก็เยอะ บางคนก็น้อย บางคนก็ไม่มี ดังนั้นการกระตุ้นน้ำนมอย่างถูกวิธีมีความสำคัญอย่างมากต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ซึ่งเป็นวิธีการเลี้ยงดูที่ดีที่สุดสำหรับทารกในช่วงแรกเกิด และในบทความนี้ BabyGift จะพาคุณแม่ไปรู้จักกับวิธีกระตุ้นน้ำนมกันค่ะว่าจะมีวิธีไหนบ้างที่จะช่วยแม่ๆ ที่มีปัญหาเรื่องน้ำนมได้บ้าง

แชร์วิธีกระตุ้นน้ำนมแม่ ทำยังไงให้คุณแม่มีน้ำนมเพียงพอ ส่งต่อสุขภาพดีๆ ให้ลูก 

การกระตุ้นน้ำนมแม่มีความสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายผลิตน้ำนมให้เพียงพอต่อความต้องการของทารก เพราะน้ำนมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารกในช่วง 6 เดือนแรก ซึ่งจะช่วยให้ทารกได้รับสารอาหารครบถ้วน เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และช่วยให้ร่างกายทารกเจริญเติบโตอย่างเต็มที่และแข็งแรง แถมยังเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์แม่ลูกให้แน่นแฟ้น เพราะในขณะที่แม่ให้นมลูก จะเกิดการหลั่งฮอร์โมนความรักและผูกพันกัน ช่วยเสริมสร้างความรู้สึกอบอุ่น ความปลอดภัยให้แก่ทารกค่ะ เอาหล่ะค่ะ แล้ววิธีกระตุ้นน้ำนมแม่มีอะไรบ้าง เรามาดูกันต่อเลยค่ะ

วิธีกระตุ้นน้ำนมแม่ มีอะไรบ้าง ? 

มีหลายวิธีในการกระตุ้นการไหลของน้ำนมแม่ค่ะ เป็นวิธีง่ายๆ ที่ทำได้จริง ซึ่งการทำตามวิธีเหล่านี้อย่างสม่ำเสมอและถูกวิธี จะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายผลิตน้ำนมได้อย่างเต็มที่ มาดูกันค่ะ 

1. การดื่มน้ำ : และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ : วิธีง่ายๆ แต่ส่งผลต่อปริมาณและคุณภาพของน้ำนมแม่ คุณแม่ลองใส่ใจในการกินอาหารให้มากขึ้น เช่น ถั่วงอก ข้าวกล้อง น้ำผลไม้ กระเจี๊ยบเขียว หรือผักใบเขียวอื่นๆ ถั่วเมล็ดแห้ง ข้าวกล้อง รวมถึงการดื่มน้ำวันละ 8-10 แก้ว พวกนี้ล้วนแต่มีส่วนช่วยเพิ่มน้ำนมได้ค่ะ 

2. การพักผ่อนและผ่อนคลาย : เมื่อร่างกายเครียดมากเกินไป จะมีผลให้ระดับฮอร์โมนโปรแลกตินที่กระตุ้นการสร้างน้ำนมลดลง ดังนั้นแม่จึงควรมีเวลาพักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงความเครียดนะคะ 

3. ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำอุ่นประคบที่เต้านม :  การประคบผ้าชุบน้ำอุ่น ก่อนให้นมลูกหรือก่อนปั๊มนมจะช่วยกระตุ้นน้ำนมให้ไหลได้สะดวกขึ้น เพราะความอบอุ่นจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต และขยายหลอดน้ำนมให้เปิดออก จะทำให้น้ำนมไหลได้สะดวกมากขึ้น แต่ต้องระวังอุณหภูมิของน้ำนะคะ อย่าให้น้ำร้อนเกินไปจนลวกเต้านมค่ะ 

4. การนวดเต้านม : เป็นการกระตุ้นจุดสร้างน้ำนมภายในเต้านมให้ทำงาน โดยใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้ นวดวนเบาๆ รอบๆ เต้านม ทั้งด้านหน้าและข้างๆ เพื่อให้น้ำนมไหลออกมาได้สะดวกขึ้น ควรนวดประมาณ 5-10 นาทีก่อนให้นมลูก นวดอย่างนุ่มนวล เพื่อกระตุ้นการไหลของน้ำนม ให้น้ำนมออกมาได้ง่ายขึ้นค่ะ 

5. การปั๊มนม : วิธีกระตุ้นน้ำนมวิธีสุดท้ายคือ การใช้เครื่องปั๊มนมไฟฟ้าหรือปั๊มนมแบบมือปั๊มก็ได้เช่นกันค่ะ วิธีนี้ก็จะช่วยกระตุ้น และดูดน้ำนมออกมาได้ดี และเก็บไว้ให้ลูกกินได้ต่อไปด้วยค่ะ (สามารถดูวิธีการใช้เครื่องปั๊มนมเพิ่มเติมได้อีก BabyGift เคยเขียนไว้แล้วค่ะ) 

ทำไมการนวดถึงช่วยกระตุ้นน้ำนม ? 

การนวดเต้านมด้วยวิธีถูกต้องและสม่ำเสมอ ร่วมกับการให้ลูกดูดนมจะเป็นการกระตุ้นร่างกายให้ผลิตน้ำนมได้มากขึ้น ซึ่งเป็นวิธีสำคัญในการเพิ่มปริมาณน้ำนมแม่นอกเหนือจากการรับประทานอาหารเสริมต่างๆ มีข้อมูลเพิ่มเติมจากคุณหมอผู้เชี่ยวชาญด้านนมแม่ BabyGift สรุปเป็นประเด็นสำคัญได้ดังนี้ค่ะ 

1. การนวดเต้านมด้วยวิธีบีบน้ำนมออกจนเกลี้ยงเต้า จะกระตุ้นให้ร่างกายผลิตน้ำนมชุดใหม่มาทดแทน 

2. การนวดจี๊ดหัวนม จะช่วยให้น้ำนมออกมาได้มากขึ้น  

3. การนวดเต้านมที่ถูกวิธีและทำสม่ำเสมอ ควบคู่กับการให้ลูกดูดนมบ่อยๆ จะส่งสัญญาณให้ร่างกายรับรู้ความต้องการของลูกและผลิตน้ำนมเพิ่มขึ้น 

วิธีการนวดกระตุ้นน้ำนม ทำยังไงบ้าง ? 

การนวดกระตุ้นน้ำนมด้วยวิธีการเหล่านี้อย่างสม่ำเสมอจะช่วยกระตุ้นการไหลของน้ำนมได้ดียิ่งขึ้น เมื่อคุณแม่ฝึกฝนบ่อยๆ ร่วมกับการให้ลูกดูดนมก็จะช่วยเพิ่มปริมาณน้ำนมได้อย่างมีประสิทธิภาพค่ะ ลองมาดูวิธีนวดกันต่อนะคะ 

ท่านวดที่ 1 บีบเต้านมด้วยมือ : ใช้มือสองข้างจับเต้านมข้างซ้ายไว้ แล้วบีบนวดเต้านมโดยไล่จากกลางเต้านมไล่ลงมายังปลายหัวนมให้คุณแม่บีบนวดลงไปซ้ำๆ ประมาณ 10-15 ครั้ง แล้วเปลี่ยนไปทำข้างขวาในวิธีเดียวกัน ซี่งระหว่างนวดจะมีน้ำนมไหลออกมาด้วย ไม่ต้องกังวลไปนะคะ 

ท่านวดที่ 2 กระตุ้นจี๊ด ดึงหัวนม : เริ่มจากให้คุณแม่ใช้นิ้วโป้งและนิ้วชี้จับบริเวณหัวนมไว้ จากนั้นดึงหัวนมไปข้างหน้า ดึงให้มากที่สุดเท่าที่หัวนมจะยื่นออกไปได้ ทำอย่างสม่ำเสมอ ประมาณ 5-10 ครั้ง 

ท่านวดที่ 3 กระตุ้นจี๊ด นวดหมุนหัวนม : ให้คุณแม่ใช้นิ้วโป้งและนิ้วชี้จับตรงหัวนม แล้วบีบนวดหัวนมในลักษณะหมุนๆ รอบหัวนมประมาณ 5-10 ครั้ง ซึ่งในขั้นนี้ระหว่างนวดควรจะมีน้ำนมไหลออกมาด้วยนะคะ 

หลังจากการนวดเต้านมครบ 3 ขั้นตอนแล้ว ให้คุณแม่ผ่อนคลายเต้านม ด้วยการประคบอุ่นเพื่อผ่อนคลายให้กับเต้านม จะช่วยเรื่องการไหลเวียนระบบต่างๆ ให้คุณแม่ใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นแล้วพันรอบเต้านมไว้ 2-3 นาที แค่นี้ก็ช่วยให้ผ่อนคลายได้แล้วค่ะ สำหรับคุณแม่ที่ต้องการดูวิดีโอวิธีการนวดกระตุ้นน้ำนมที่ถูกต้องลองคลิกดูเพิ่มเติมได้ที่นี่เลยค่ะ  

คำแนะนำ และข้อควรระวังในการกระตุ้นน้ำนม 

การกระตุ้นน้ำนมแม่นั้น มีข้อควรระวังและคำแนะนำดังต่อไปนี้ค่ะ 

1. อย่าออกแรงมากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นการนวดหรือบีบเต้านม เพราะอาจทำให้เกิดอาการบอบช้ำและระคายเคืองได้ ควรใช้แรงพอประมาณอย่างนุ่มนวลค่ะ 

2. หลีกเลี่ยงการดึงหรือบีบที่หัวนมแรงเกินไป เนื่องจากหัวนมค่อนข้างบอบบางและอาจทำให้เจ็บได้ค่ะ 

3. หากรู้สึกปวดหรือระคายเคืองผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์หรือพยาบาลผู้เชี่ยวชาญ 

ความพยายามและพลังใจเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการกระตุ้นน้ำนมแม่ก็จริง แต่อย่าลืมว่าคุณแม่ก็ต้องใส่ใจดูแลสุขภาพ และให้ความสำคัญกับการพักผ่อนด้วยเหมือนกันนะคะ เพื่อให้ร่างกายได้ผลิตน้ำนมอย่างเต็มประสิทธิภาพค่ะ 

BabyGift แนะนำ ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับน้ำนมแม่ 

1. เครื่องปั๊มนม HAENIM 7X

ผลิตภัณฑ์กระตุ้นน้ำนมชิ้นแรกที่ BabyGift อยากแนะนำคือ สินค้า 1 ใน 10 อันดับเครื่องปั๊มนมน่าใช้ค่ะ HAENIM รุ่น 7X ตัวนี้จะปั๊มได้แบบนุ่มนวล เหมาะสำหรับคุณแม่ท้องแรก ที่เพิ่งเคยปั๊มนมครั้งแรก ตัวกรวยปั๊มมีให้เลือก 2 แบบ คือ กรวยเคลือบซิลิโคน NexusFit™ ให้ความรู้สึกนุ่มถนอมหัวนม ไม่เจ็บเต้า ไม่ย้วยแบบซิลิโคนทั่วไป แถมยังมีปุ่มนวดกระตุ้น เหมาะสำหรับคุณแม่ที่เนื้อหน้าอกเยอะ และกรวยซิลิโคนแบบบางพิเศษ NexusFit™ Basic ออกแบบให้ไม่มีปุ่มนวด เหมาะสำหรับคุณแม่ที่เนื้อหน้าอกน้อย​  

จุดเด่น 

  • ผลิตและนำเข้าจากประเทศเกาหลี ผ่านการตรวจสอบและได้รับการรับรองมาตรฐาน อย. ไทย  
  • กรวยเคลือบซิลิโคน NexusFit™​ ได้รับการจดสิทธิบัตร ปลอดภัย ได้มาตรฐาน 
  • ปรับได้ทั้งความแรงและความเร็วรอบดูดในเครื่องเดียว เพิ่มทางเลือกให้ตรงใจแม่มากที่สุด ถึง 90 รูปแบบ​ 
  • มีโหมดจดจำ ไม่ต้องตั้งค่าใหม่ ปั๊มนมครั้งต่อไปสะดวก ประหยัดเวลา​ 
  • มีโหมด Mute เปิด-ปิด ไร้เสียง มีโคมไฟและหน้าจอมีแสงไฟ ปั๊มกลางคืนได้โดยไม่ต้องเปิดไฟห้อง ไม่รบกวนลูกน้อยและคนรอบข้าง​ 
  • มีขวดนม PA (Polyamide) ใสเหมือนแก้ว ช่วยให้มองเห็นความผิดปกติของน้ำนมได้ดี​ 
  • ระบบ 1 มอเตอร์ คุณแม่สามารถเลือกปั๊มเดี่ยวหรือปั๊มคู่ได้ตามต้องการ​ และมีระบบหยุดอัตโนมัติ หลังการปั๊มนม 30 นาที เพื่อความปลอดภัย 

2. LAVIE อุปกรณ์กระตุ้นน้ำนม 

นี่คืออุปกรณ์กระตุ้นน้ำนมเเม่ ตัวช่วยที่ให้คุณเเม่มือใหม่ได้แก้ปัญหาอาการคัดหน้าอก ท่อน้ำนมตัน ฯลฯ ได้ เพราะปัญหาเหล่านี้อาจทำให้เกิดอาการ เจ็บปวด เครียด จนทำให้คุณแม่หลายๆ คนหยุด เพราะกลัวการให้ลูกดูดนมจากเต้าได้นั่นเองค่ะ  

จุดเด่น 

  • ช่วยกระตุ้นการเพิ่มการไหลเวียนของน้ำนม 
  • ตัวเครื่องกันน้ำได้ 
  • ชาร์จแบตเตอรี่ได้ มีสายชาร์จ USB และกล่องสำหรับพกพา 

3. MR.FOX ถุงเก็บน้ำนมแม่รุ่นพลัส ขนาด 8 ออนซ์

ถุงเก็บน้ำนมแม่ Mr.Fox ขนาด 8 ออนซ์ ผลิตจากพลาสติกหนา 2 ชั้น เหนียว หนา ไม่แตก ไม่รั่วซึม ขอบถุงซีลหนาถึง 5 มิลลิเมตร สามารถใช้ถุงต่อตรงจากเครื่องปั๊มลงถุงเก็บน้ำนมได้เลย และสามารถต่อจุกนมให้ลูกดื่มจากถุงได้เลยเช่นกันโดยไม่ต้องพึ่งขวดนม ลดการปนเปื้อน 

จุดเด่น 

  • สามารถต่อตรงจากเครื่องปั๊มลงถุงเก็บน้ำนมได้เลย และสามารถต่อจุกนมให้ลูกดูดจากถุงได้เลยเช่นกัน จึงลดการปนเปื้อน จากการเทไปเทมาระหว่างขวดนมและถุงเก็บน้ำนม แล้วยังลดการปนเปื้อนจากการล้างขวดนมไม่สะอาดอีกด้วย 
  • Vitamin Protection ด้วยถุงนมทึบแสง และลดเหม็นหืนในน้ำนมแม่ได้  
  • เขียนด้วยปากกาลูกลื่นได้ ไม่ต้องยุ่งยากในการหาปากกา permanent 

4. เครื่องอุ่นนม Baby Bottle Warmer & Sterilizer – PRINCE & PRINCESS

ใช้วิธีกระตุ้นน้ำนมที่เราแนะนำแล้วได้ผล ก็ต้องมีเครื่องอุ่นนมติดบ้านไว้ด้วยนะคะ เครื่องนี้สามารถ​อุ่นน้ำนมได้โดยไม่เสียคุณค่า ​มี 4 โหมดทำงานอัจฉริยะ​ ได้แก่ Warm โหมดอุ่นนม Defrost โหมดละลายน้ำแข็ง Food โหมดอุ่นอาหารเด็ก และ Sterilize โหมดนึ่งฆ่าเชื้อขวดนม สามารถสั่งงานด้วยระบบ Touch Screen​ แถมน้ำหนักเบา พกง่าย อุ่นนมให้ลูกได้ทุกที่​ 

จุดเด่น 

  • ประหยัดเวลาแม่​ อุ่นน้ำนมให้ลูกพร้อมกันได้ถึง 2 ขวด โดยไม่เสียคุณค่าน้ำนม 
  • BPA Free ปลอดภัย อุ่นนมให้ลูกอย่างมั่นใจ​ 
  • อุ่นใจ มีบริการหลังการขาย มีรับประกันสินค้า​​ 

5. MOTHERY หมอนรองให้นม เอียง 11 องศา 

หมอนให้นมเป็นตัวช่วยสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่จะช่วยคุณแม่มือใหม่ให้เลี้ยงลูกได้อย่างสะดวก สบายมากขึ้น MOTHERY เป็นหมอนรองให้นมที่พัฒนาโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ทำให้การเข้าเต้าเป็นเรื่องง่ายสำหรับคุณแม่ มีหลายสีให้เลือก สีสันสวยงาม ใช้งานง่าย ถูกใจคุณแม่ 

จุดเด่น 

  • พัฒนาโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ออกแบบเอียง 11 องศา เข้าเต้าได้ในองศาที่ดีที่สุด 
  • ดีไซน์แบบ U-curve ช่วยให้ลูกเข้าเต้าได้ด้วยองศาที่ดีที่สุด 
  • Back Support ช่วยลดอาการปวดเมื่อยให้กับคุณแม่ถึง 5 จุด

การกระตุ้นน้ำนมแม่เป็นเรื่องสำคัญในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ หวังว่าวิธีกระตุ้นน้ำนมที่เราแนะนำจะช่วยคุณแม่ให้มีน้ำนมเพียงพอต่อการเลี้ยงเจ้าตัวน้อยนะคะ และถึงแม้ว่าจะต้องใช้ความพยายามและอดทน แต่หากคุณแม่ฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอและปฏิบัติตามวิธีการอย่างถูกต้อง ควบคู่กับการดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสม เชื่อว่าปัญหาการขาดน้ำนมของคุณแม่จะดีขึ้นได้อย่างแน่นอนค่ะ และหากใครสนใจผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับการกระตุ้นน้ำนม หรือสินค้าแม่ และเด็กอื่นๆ ก็สามารถมาเยี่ยมชมสินค้าหรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ BabyGift ร้านจำหน่ายสินค้าแม่และเด็กระดับคุณภาพ มีประสบการณ์มากกว่า 15 ปี คุณพ่อคุณแม่สามารถมาเยี่ยมมสินค้าได้ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ร้านเบบี้กิ๊ฟ ทั้ง 5 สาขา ใกล้บ้าน หรือ สอบถามผ่านช่องทาง Online ทีมงาน BabyGift ยินดีให้คำแนะนำค่ะ 

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

เมื่อต้องเดินทางหรือท่องเที่ยวพร้อมกับลูกวัยเบบี๋ อาจทำให้คุณแม่หลายๆ บ้านกังวลใจในการ พาลูกขึ้นเครื่อง ไม่ว่าจะเรื่องสุขภาพอนามัยความปลอดภัย ลูกน้อยจะเดินทางไหวไหม? ต้องเตรียมของใช้อะไรไปบ้าง? ลูกเดินทางได้อายุเท่าไร? มีอะไรที่เอาขึ้นเครื่องบินไปได้หรือไม่ได้บ้าง?  จะนั่งตรงไหนให้ปลอดภัยเลี้ยงลูกได้สะดวก? ลูกหิวหรือร้องงอแงจะทำอย่างไรได้บ้างนะ? ทุกเรื่องที่คุณแม่กังวลใจจัดการได้ไม่ยาก แค่เพียงทำตามข้อมูลและคำแนะนำเหล่านี้ค่ะ 4 เรื่องต้องรู้ก่อน พาลูกขึ้นเครื่องบิน เมื่อคุณแม่รู้ว่าจะต้องเพินทางพร้อมลูกวัยเบบี๋ สิ่งแรกที่ต้องทำคือการหาข้อมูล สอบถามกฎและรายละเอียดจากสายการบิน และวางแผนการเดินทางและอุปกรณ์ของใช้ให้ครบถ้วน อาทิ » หาข้อมูลก่อนเดินทาง ตรวจสอบกับสายการบิน ว่าอายุเด็กทารกที่เดินทางได้คือเท่าไร เพราะแต่ละสายการบินอาจมีข้อกำหนดที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งตามความจริงและพัฒนาการของเบบี๋แล้ว ควรให้ลูกอายุประมาณ 3-4 เดือนขึ้นไปจึงเดินทางได้เพื่อสุขภาพ สุขอนามัยและความปลอดภัย แต่หากมีความจำเป็นก็สามารถพาลูกเล็กขึ้นเครื่องบินได้ โดยบางสายการบินเด็กทารกที่เดินทางได้ต้องอายุไม่น้อยกว่า 7 วัน หรือบางสายการบินอาจให้ทารกอายุตั้งแต่ 14 วันขึ้นไป  หรืออาจอนุญาตให้อายุน้อยกว่านั้นขึ้นอยู่กับคำแนะนำของแพทย์ สอบถามหาข้อมูลเรื่องการจองตั๋ว การเลือกที่นั่ง และค่าโดยสารสำหรับเด็กเล็ก  แจ้งสายการบินล่วงหน้า สอบถามเรื่องเอกสารที่ต้องใช้สำหรับเด็ก   ศึกษาข้อบังคับและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ บนเครื่องบิน สอบถามหรือหาข้อมูลข้อกำหนดต่างๆ ในการขึ้นเครื่องบิน ว่าสามารถนำอุปกรณ์ของใช้อะไรบ้าง ที่ขึ้นเครื่องบินเพื่อดูแลลูกทารกระหว่างการเดินทางได้ เช่น » เตรียมพร้อมอุปกรณ์ของใช้ในการเดินทางให้ลูกทารก รถเข็นเด็ก […]

พูดถึง “ตะคริว” แม้จะไม่ใช่คุณแม่ท้องยังต้องส่ายหน้าเพราะไม่อยากเป็น ก็เป็นตะคริวทีไรปวดขา ปวดน่องจนขยับไม่ได้และทรมานสุดใจจริงๆ  ยิ่งเป็นคุณแม่ตั้งครรภ์ที่แทบทุกคนจะต้องเผชิญอาการปวดตะคริวนี้ ยิ่งแสนทรมาน ไหนจะท้องใหญ่ขยับตัวลำบาก เคลื่อนไหวยาก มาเป็นตะคริวตอนกลางคืนหรือดึกๆ อีก ทำให้นอนไม่หลับ นอนไม่เต็มที่ ไม่รู้จะบรรยายความรู้สึกอย่างไร ฉะนั้นถ้าคุณแม่ท้องรู้ทันและป้องกันตะคริวได้ล่วงหน้า เชื่อว่าแม่ๆ จะต้องแฮปปิ้ยิ้มร่าแน่นอน ทำไม? แม่ท้อง ต้องเป็นตะคริว  จริงๆ แล้วไม่ใช่แม่ท้องเท่านั้นที่เป็นตะคริว  เพราะคนทั่วๆ ไปก็มักจะเป็นได้ ยิ่งคนในวัยทำงาน เพราะอาการ “ตะคริว” หรืออาการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ เกิดจากการขาดแคลเซียม และมีฟอสฟอรัสมากเกินไปในกระแสเลือด การยืน เดิน หรือต้องนั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะเป็นเวลานานๆ ซึ่งจะทำให้เลือดเดินไม่สะดวก เกิดของเสียคั่งบริเวณน่อง เลือดไหลเวียนไปส่วนล่างได้ไม่สะดวก ทำให้กล้ามมเนื้อหดตัวจนเกิดตะคริวได้  ส่วนคุณแม่ตั้งครรภ์ทำไมถึงเป็นตะคริวบ่อยและเป็นเกือบทุกราย โดยมักจะมีอาการเป็นตะคริวเกิดขึ้นบ่อยในช่วง 2-3 เดือนสุดท้ายของการตั้งครรภ์ นั่นก็เพราะว่าในช่วงท้อง จะมีภาวะที่รวมเอาสาเหตุปัจจัยเกือบทุกอย่างที่ทำให้เป็นตะคริวไว้ด้วยกัน  ตั้งแต่น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นของคุณแม่ตั้งครรภ์ ซึ่งจะทำให้ขาทั้งสองข้างของคุณแม่แบกรับน้ำหนักตัวที่มากขึ้น ส่งผลให้ระบบหมุนเวียนโลหิตบริเวณขาตึงแน่นเกินไป เลือดเดินไม่สะดวกเกิดของเสียคั่งบริเวณน่อง อิริยาบถการยืน เดินหรือนั่งในท่าเดิมๆ นานๆ  และการได้รับแคลเซียมไม่เพียงพอ จนทำให้เกิดตะคริวได้นั่นเอง   4 เคล็ดลับ […]

คุณแม่ฉีดวัคซีนกันหรือยังงงงง อย่ามัวแต่รีรอนะ เพราะว่าวัคซีนนั้นสำคัญมาก แต่ใครที่ฝากท้องกับคุณหมอแล้วก็ไม่ต้องห่วงค่ะ เดี๋ยวคุณหมอก็จะนัดฉีดเอง คุณแม่บางคนอาจจะสงสัยว่าเวลาท้องแล้วจะต้องฉีดวัคซีนอะไรบ้าง วันนี้เราเลยนำความรู้เกี่ยวกับวัคซีนที่สำคัญสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์มาฝากกันค่ะ ปกติแล้วการได้รับวัคซีนของคุณแม่ท้องจะแบ่งเป็น 2 ช่วง ก็คือช่วงก่อนตั้งครรภ์กับช่วงระหว่างตั้งครรภ์ ด้านล่างคือวัคซีนต่างๆ ที่สำคัญสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ค่ะ 1. วัคซีนป้องกันโรคหัดเยอรมัน (Rubella Vaccine) ใครเตรียมตัวเป็นคุณแม่ก็ไปฉีดวัคซีนตัวนี้ล่วงหน้าสัก 3 เดือนเป็นอย่างน้อยนะคะ อ๊ะๆ คนที่ยังไม่ได้ฉีดกำลังตกใจกันอยู่ใช่มั้ย อย่าเพิ่งตกใจไปค่ะ ถ้าคุณแม่ไม่เคยฉีดวัคซีนตัวนี้ก่อนท้อง คุณแม่ก็แค่ต้องดูแลตัวเองให้ดีๆ ในช่วงที่ท้องสามเดือนแรก หลักๆ คืออย่าไปที่ที่มีคนพลุกพล่าน เพราะมันเป็นแหล่งรวมเชื้อโรคเลยล่ะ ยิ่งถ้าไปเจอคนที่ไอหรือจามหรือเป็นไข้อะไรพวกนี้ด้วยแล้วก็ยิ่งเสี่ยงเข้าไปใหญ่เลย เพราะถ้าหากคุณแม่ติดเชื้อไวรัสหัดเยอรมันตัวนี้เข้าในช่วงที่ท้องสามเดือนแรก มันจะส่งผลให้ลูกในท้องมีความพิการที่อวัยวะต่างๆ เช่น ตา หู หัวใจ แขน ขาหรือสมองได้ค่ะ คุณแม่ที่เป็นหัดเยอรมันจะมีอาการเหมือนเป็นไข้หวัดธรรมนี่แหละ แต่จะแถมด้วยผื่นขึ้นตามตัว แต่ว่าถ้าคุณแม่ติดเชื้อไวรัสนี้ในช่วงเดือนท้ายๆ ก็ไม่ต้องกังวลค่ะ เพราะลูกของเราจะไม่ได้รับผลกระทบจากเชื้อนี้เนื่องจากเค้าเจริญเติบโตเต็มที่แล้ว 2. วัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบบี (Hepatitis B Vaccine) ไวรัสตัวนี้พบเยอะมากได้ประเทศไทยค่ะ คนที่เป็นก็จะแสดงอาการไม่เหมือนกันหรอก แต่ถ้าเป็นขั้นรุนแรงแล้วล่ะก็สามารถเสียชีวิตได้เลยค่ะ คนที่เป็นโรคนี้หนักๆ ตัวจะเหลือง อ่อนเพลียมากตลอดเวลาแล้วตับก็จะถูกทำลาย เจ้าเชื้อตัวนี้สามารถติดจากแม่สู่ลูกในท้องได้ แต่ก็ไม่ได้มีผลร้ายแรงอะไรนะคะ ที่บอกว่าติดต่อก็คือว่า ถ้าเกิดคุณแม่มีเชื้อนี้ […]

“เพราะรถเข็นเด็กทุกคัน ไม่ได้เหมาะกับเด็กแรกเกิดทุกคัน” หลายคนยังเข้าใจผิดว่ารถเข็นเด็กแต่ละคัน ดูๆแล้วก็คล้ายๆกัน น่าจะใช้เหมือนๆ กันแต่ในความเป็นจริง แล้วเด็กแรกเกิดมีความบอบบางและต้องการการดูแลเป็นพิเศษ รถเข็นเด็กสำหรับเด็กแรกเกิดจึงต้องมีคุณสมบัติเฉพาะที่นอกจากจะช่วยปกป้องสรีระของลูกน้อย  แล้วยังช่วยเสริมพัฒนาการรอบด้าน สร้างสุขอนามัยที่ดี และสร้างรอยยิ้มแห่งความสุขให้ทั้งคุณแม่และลูกน้อยได้อีกด้วย 1.ปรับให้นอนราบได้ 170 องศา สำหรับเด็กแรกเกิด รถเข็นเด็กแรกเกิด ที่ดีควรสามารถปรับให้นอนราบได้ 170 องศา ซึ่งเป็นระดับที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเด็กแรกเกิด เพราะกระดูกสันหลังเป็นเส้นตรง ยังไม่แข็งแรง จึงควรจัดให้เด็กนอนในท่านอนราบที่เป็นธรรมชาติ 2. เบาะรองนอนรูปนาฬิกาทราย จะช่วยรองรับสรีระได้อย่างเหมาะสม โดยมีพื้นที่วางแขนแบบ W-Shape และวางขาแบบ M-Shape เพื่อให้ขยับตัวได้ง่าย ซึ่งเป็นท่านอนที่เป็นธรรมชาติสำหรับเด็กวัยแรกเกิด 3. ชุดหมอนรองคอและสะโพก สำหรับทารกวัยแรกเกิดที่ยังไม่แข็งแรง เป็นสิ่งจำเป็นมากสำหรับทารกวัยแรกเกิด ที่คอยังโงนเงนไม่แข็งแรง Head Support ที่มีส่วนเว้าโค้งพอเหมาะจะช่วยสอดรับช่วงต้นคอและศีรษะ ป้องกันคอพับซึ่งอาจส่งผลต่อการปิดทับระบบทางเดินหายใจได้ Hip Support หรือหมอนรองสะโพก ช่วยประคองให้กระดูกสันหลังมั่นคงไม่โค้งหรือเอียง ช่วยจัดท่านั่งและนอนได้อย่างเป็นธรรมชาติ 4. เบาะรองนอนระบายอากาศได้ดี และช่วยรองรับสรีระได้อย่างนุ่มนวล ด้วยระบบปรับอุณหภูมิในร่างกายลูกน้อยที่ยังพัฒนาไม่เต็มที่ เด็กทารกจะมีความสามารถในการควบคุมอุณหภุมิต่ำกว่าผู้ใหญ่ จึงทำให้มีเหงื่อออกมากกว่า โดยเฉพาะในเวลานอนซึ่งเป็นช่วงที่ร่างกายเสริมสร้างพัฒนาการอย่างเต็มที่ ดังนั้นเบาะที่มีคุณสมบัติช่วยระบายอากาศได้ดีจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะช่วยลดความร้อน […]

ถึงเวลาเปลี่ยนคาร์ซีทกันแล้วหรือยังคะ ?  เชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่ที่เข้ามาอ่านบทความนี้ก็คงจะมีประสบการณ์เลือกคาร์ซีทเด็กเล็กกันมาบ้างแล้ว ตอนนี้กำลังมองหาคาร์ซีทเด็กโตให้กับเจ้าตัวน้อยที่กำลังนั่งตัวเดิมแล้วดูอึดอัดกันอยู่ใช่หรือเปล่าคะ ? ในบทความนี้ BabyGift จะชวนคุณพ่อคุณแม่มาดู 10 รุ่นคุณภาพดี พร้อมกับแนะนำการเลือกคาร์ซีทสำหรับเด็กโตกัน ลองมาดูกันว่า เมื่อเจ้าตัวเล็กของเราเริ่มจะโตขึ้น เราต้องใส่ใจกับเรื่องอะไรบ้าง มีคาร์ซีทรุ่นไหนบ้างที่น่าสนใจ มาหาคำตอบกันได้จากบทความนี้ค่ะ   10 คาร์ซีทเด็กโตคุณภาพดี แนะนำรุ่นฮิต ถูกใจคุณพ่อคุณแม่ by babyGift !  การเลือกคาร์ซีทนั้น นอกจากจะเลือกตามอายุ น้ำหนัก หรือส่วนสูงของลูกน้อยแล้ว อายุการใช้งานของคาร์ซีทก็เป็นสิ่งที่เราควรจะพิจารณาเป็นพิเศษ ก่อนที่เราจะไปดูคาร์ซีทสำหรับเด็กโตทั้ง 10 รุ่นที่ BabyGift แนะนำ จะขอพาผู้อ่านทุกคนมาทำความเข้าใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับความสำคัญ และประเด็นต่างๆ ที่ควรจะพิจารณาก่อนเปลี่ยนคาร์ซีทกันก่อนค่ะ  คาร์ซีทเด็กโต จำเป็นไหม ? ทำไมเด็กโตถึงยังต้องใช้คาร์ซีท  สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่ให้ลูกนั่งคาร์ซีทตั้งแต่เป็นยังเป็นเด็กเล็กก็คงจะไม่มีปัญหาเรื่องการฝึกลูกนั่งคาร์ซีท แต่สำหรับบ้านไหนที่เด็กๆ เริ่มโตแล้ว และจะต้องนั่งคาร์ซีทตามข้อกฏหมายอันมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 17 ส.ค. 2566 เป็นต้นมา ก็ไม่ต้องกังวลไปนะคะ การฝึกลูกนั่งคาร์ซีทไม่ใช่เรื่องยากจนเกินไป แต่ก็ยังมีคุณพ่อคุณแม่บางคนอาจจะเกิดคำถามในใจว่า คาร์ซีทสำหรับเด็กโต มีความจำเป็นไหม ? ซึ่งคาร์ซีทสำหรับเด็กโตนั้น  […]

รถเข็นเด็กยี่ห้อไหน ที่หมอเด็กเลือกให้ลูกตัวเอง โดยหมอวิน เพจ เลี้ยงลูกตามใจหมอ #รถเข็นเด็ก และ #สิ่งพึงกระทำ#อุปกรณ์ยังชีพสำหรับแม่สายชิล บอกก่อนเลยว่า รถเข็นเด็ก นั้นเป็นอุปกรณ์ที่ไม่ได้จำเป็นครับ หากมองในแง่ของการเลี้ยงดูและความปลอดภัย ไม่เหมือนคาร์ซีท ที่จำเป็นมาก ๆ ๆ (ไม้ยมก … ล้านตัว) แต่ “รถเข็นเด็ก” ก็เป็น gadget ที่ยากจะปฏิเสธ เพราะมันทำให้ชีวิตเราง่ายขึ้นเยอะมากครับ แต่ถ้าใครเป็นสายอุ้ม … อุ้มโลดจ้ะ แต่มันก็จะเมื่อยถึงเมื่อยมาก จริง ๆ… ดังนั้นเลือกรถเข็นเด็กที่เหมาะกับเงินในกระเป๋า และความสบายตัวของลูกละกันครับ รถเข็นเด็ก …ประโยชน์ แต่อย่างไรก็ตาม … มีการรายงานว่า สามารถเกิดอุบัติเหตุได้หากใช้รถเข็นเด็กแบบไม่เหมาะสมครับ มีหลายเคสที่มาด้วยรถคว่ำหรือไหลจากที่สูงจนคว่ำทำให้หัวลูกกระแทกพื้นได้ครับ … จน AAP หรือสมาคมกุมารเวชศาสตร์ของประเทศสหรัฐอเมริกาต้องออกมาแนะนำรถเข็นเด็ก ว่าสิ่งที่พ่อแม่พึงกระทำยามใช้รถเข็นเด็กครับ……นั่นคือ และทิ้งท้ายครับ ปัจจุบันพ่อแม่หลายคนนิยม รถเข็นเด็กแบบพับเล็ก ๆ ที่จับเป็นแบบก้าน ซึ่งดีในแง่การเดินทางและเอาขึ้นเครื่องเนอะ แต่หมอขอแนะนำแบบนี้ครับ รถเข็นเด็กพับเล็กไม่เหมาะกับเด็กแรกเกิดครับ เพราะไม่มีที่รองคอ และที่นั่งมักทำให้เด็ก fix กับที่ไม่ค่อยได้ครับ รอโตกว่านี้ตอนจะไปเที่ยวต่างประเทศค่อยว่ากันครับ แต่หากลูกยังเล็กแนะนำอันที่แข็งแรงมีที่รองคอดีกว่าเนอะ … ร้าน Baby Gift ตัวแทนจำหน่ายรถเข็นเด็ก Aprica แบรนด์ดังจากญี่ปุ่นที่เหมาะกับคนเอเชียอย่างเรา ๆ […]

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
Promotions
Locations
BabyGift Family
BabyGift Care
Parents Guide
News & Event

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid