รวมกิจกรรมเด็กและที่เที่ยวในกรุงเทพ เด็กสนุก ผู้ปกครองแฮปปี้

รวมกิจกรรมเด็ก กทม

เพราะการเรียนรู้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในตำรา การพาลูกน้อยออกไปทำกิจกรรมเด็กนอกบ้านจึงเป็นตัวช่วยสำคัญในการส่งเสริมพัฒนาการรอบด้าน พร้อมเปิดโลกทัศน์ใหม่ ๆ ให้พวกเขาได้สัมผัสประสบการณ์จริง บทความนี้ BabyGift ได้รวบรวม 15 ที่เที่ยวเด็ก กทม. และพื้นที่ใกล้เคียงที่คัดมาแล้วว่าดีที่สุด เพื่อให้ทุกครอบครัวได้ใช้เวลาวันหยุดอย่างมีคุณค่าร่วมกัน

วิธีเลือกสถานที่กิจกรรมสำหรับเด็ก

วิธีเลือกสถานที่กิจกรรมสำหรับเด็ก

การเลือกสถานที่ทำกิจกรรมเด็กให้เหมาะสมกับช่วงวัยเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้ลูกสนุกได้อย่างเต็มที่และปลอดภัยที่สุด

กิจกรรมเด็กสำหรับทารกและเด็กเล็ก (0-3 ปี)

เน้นสถานที่ที่สะอาด ปลอดภัย และมีการจัดการสุขอนามัยที่ดีเยี่ยม

  • สวนสาธารณะที่มีโซนพื้นที่นุ่มหรือพื้นหญ้าที่สะอาด
  • Indoor Playground ที่แยกโซนเด็กเล็กโดยเฉพาะ
  • ห้องสมุดเด็กที่มีหนังสือภาพสีสันสดใส

กิจกรรมเด็กสำหรับวัยอนุบาล (3-6 ปี)

วัยนี้กำลังช่างจดจำและเลียนแบบ ควรเลือกกิจกรรมที่ส่งเสริมจินตนาการ

  • พิพิธภัณฑ์เด็กที่มีนิทรรศการแบบลงมือทำ (Hands-on)
  • สวนสัตว์เปิดที่อนุญาตให้สัมผัสสัตว์ได้อย่างใกล้ชิด
  • ศูนย์ศิลปะสำหรับกิจกรรมวาดเขียนและงานประดิษฐ์

กิจกรรมเด็กสำหรับวัยประถม (7-12 ปี)

เด็กโตต้องการความท้าทายและกิจกรรมที่ช่วยเสริมทักษะทางสมอง

  • ศูนย์วิทยาศาสตร์ที่มีการทดลองแบบโต้ตอบ
  • สวนสนุกที่มีเครื่องเล่นผจญภัยหลากหลาย
  • สนามกีฬาหรือลานสเก็ตที่ฝึกความคล่องตัว

กิจกรรมเด็กสำหรับวัยรุ่น (13-18 ปี)

เน้นกิจกรรมที่สร้างความภูมิใจในตัวเองและการเข้าสังคมกับเพื่อนวัยเดียวกัน

  • ศูนย์ VR Game หรือสนามเลเซอร์แท็กที่เน้นการวางแผน
  • โรงเรียนสอนทักษะพิเศษ เช่น ดนตรี หรือกีฬา Extreme
  • ยิมยิมนาสติกหรือแทรมโพลีนเพื่อปลดปล่อยพลังงาน

15 กิจกรรมเด็กและที่เที่ยวในกรุงเทพ

15 กิจกรรมเด็กและที่เที่ยวในกรุงเทพ

หากคุณกำลังมองหาที่เที่ยวเด็ก กทม. ที่ไปได้ทั้งครอบครัว มีทั้งโซนความรู้และความบันเทิงแบบจัดเต็ม นี่คือ 15 พิกัดแนะนำที่เราคัดสรรมาให้คุณพ่อคุณแม่ตามไปเช็กอินได้ตลอดปีนี้

1. พิพิธภัณฑ์พระรามเก้า (RAMA9 MUSEUM)

พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่ง รวบรวมความรู้เรื่องวิวัฒนาการโลกและสิ่งมีชีวิตผ่านสื่อที่เข้าใจง่าย เหมาะสำหรับการมาเป็นครอบครัวเพื่อเรียนรู้เรื่องธรรมชาติและการรักษาสิ่งแวดล้อม

  • ไฮไลต์: โซนบ้านของเรา (Our Home) และโซนชีวิตของเรา (Our Life)
  • ค่าเข้าชม: 200 บาท
  • เวลาทำการ: 09.30 – 15.00 น. (ปิดวันจันทร์)
  • ที่ตั้ง: คลองห้า ปทุมธานี

2. ท็อปกอล์ฟ เมกาซิตี้ (Topgolf Megacity)

สถานที่พักผ่อนสไตล์ Sport & Entertainment ที่ใหญ่ที่สุดในไทย เด็ก ๆ สามารถสนุกกับเกมกอล์ฟเสมือนจริงที่เล่นง่าย ไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานกอล์ฟมาก่อน

  • ไฮไลต์: สนามมินิกอล์ฟ 18 หลุม และโซนอาหารที่หลากหลาย
  • ค่าเข้าชม: เริ่มต้น 350 บาท
  • เวลาทำการ: 09.00 – 23.00 น.
  • ที่ตั้ง: ติดเมกาบางนา

3. ซับซีโร่ ไอซ์สเก็ต คลับ (Sub Zero Ice Skate Club)

ลานไอซ์สเก็ตเรืองแสงสุดล้ำที่จะมอบประสบการณ์ความเย็นเฉียด 0 องศา พร้อมโค้ชมือโปรที่คอยให้คำแนะนำ เหมาะสำหรับเด็กที่ต้องการฝึกการทรงตัวและความมั่นใจ

  • ไฮไลต์: บรรยากาศแบบ Cosmic สวยงามตระการตา
  • ค่าเข้าชม: 400 บาท
  • เวลาทำการ: 12.30 – 19.30 น.
  • ที่ตั้ง: เอกมัย สุขุมวิท

4. บลูโอ ริธึม แอนด์ โบว์ (Blu-O Rhythm & Bowl)

ศูนย์รวมความบันเทิงที่ครบวงจร ทั้งโยนโบว์ลิ่งและร้องคาราโอเกะ เป็นกิจกรรมที่ช่วยกระชับความสัมพันธ์ภายในครอบครัวได้เป็นอย่างดีในพื้นที่ส่วนตัว

  • ไฮไลต์: รางโบว์ลิ่งสำหรับเด็กและห้องคาราโอเกะที่ทันสมัย
  • ราคา: เริ่มต้น 180 บาท
  • เวลาทำการ: 11.00 – 24.00 น.
  • ที่ตั้ง: มีหลายสาขา เช่น รัชโยธิน, พารากอน

5. สวนน้ำสยามอะเมซิ่งพาร์ค (Siam Amazing Park)

อาณาจักรแห่งความเย็นฉ่ำและเครื่องเล่นผจญภัย มีสระน้ำคลื่นเทียมที่ใหญ่ที่สุดในโลก และโซนจูราสสิกที่เด็ก ๆ จะได้ตื่นตาตื่นใจกับไดโนเสาร์เสมือนจริง

  • ไฮไลต์: สไลเดอร์ยักษ์สายรุ้งและสระน้ำคลื่นเทียม
  • ราคา: เริ่มต้น 150 บาท (Adult Entry Pass)
  • เวลาทำการ: 10.00 – 18.00 น.
  • ที่ตั้ง: ถนนสวนสยาม คันนายาว

6. สวนสนุกดรีมเวิล์ด (DREAM WORLD)

ดินแดนแห่งจินตนาการที่มีทั้งสวนสนุก สวนน้ำ และเมืองหิมะ จัดเต็มด้วยมุมถ่ายภาพสวย ๆ ทั่วทั้งสวนสนุก ให้คุณแม่เก็บภาพความประทับใจของเด็ก ๆ ได้ไม่อั้น

  • ไฮไลต์: เมืองหิมะ (Snow Town) และขบวนพาเหรดนานาชาติ
  • ราคา: เด็ก 200 บาท, ผู้ใหญ่ 250 บาท
  • เวลาทำการ: 10.00 – 17.00 น.
  • ที่ตั้ง: ธัญบุรี ปทุมธานี

7. ซาฟารีเวิลด์ (Safari World)

สวนสัตว์เปิดที่ให้เด็ก ๆ ได้ใกล้ชิดกับสัตว์ป่านานาชนิด นั่งรถชมเสือ สิงโต และยีราฟคอยาว พร้อมชมโชว์การแสดงที่น่ารักของโลมาและสิงโตทะเล

  • ไฮไลต์: Feeding Truck ให้อาหารสัตว์ดุร้าย และโซนล่องเรือผจญภัย
  • ราคา: ผู้ใหญ่ 750 บาท, เด็ก 650 บาท (เข้าได้ 2 โซน)
  • เวลาทำการ: 09.00 – 17.00 น. (ปิดวันจันทร์)
  • ที่ตั้ง: ถนนปัญญาอินทรา คลองสามวา

8. ซีไลฟ์ แบงคอก โอเชี่ยน เวิลด์ (Sea Life Bangkok Ocean World)

อควาเรียมใจกลางเมืองที่รวบรวมสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลกว่า 400 สายพันธุ์ ให้เด็ก ๆ ได้สัมผัสความมหัศจรรย์ของโลกใต้น้ำผ่านอุโมงค์ใต้น้ำขนาดยักษ์

  • ไฮไลต์: อุโมงค์ปลาฉลามและปลาหมึกยักษ์
  • ราคา: เริ่มต้น 1,090 บาท (Fun Package)
  • เวลาทำการ: 10.00 – 20.00 น.
  • ที่ตั้ง: ชั้น B1-B2 สยามพารากอน

9. เพลย์สแควร์ (PlaySquare)

สนามเลเซอร์แท็กในธีมอวกาศสุดมัน เหมาะสำหรับเด็กโตที่ต้องการความสนุกแบบสายลุย เกมเน้นการวางแผนเป็นทีม ช่วยฝึกไหวพริบและความคล่องตัว

  • ไฮไลต์: สนามเลเซอร์แท็กธีมอวกาศ 3 ชั้น
  • ราคา: 350 บาทต่อเกม
  • เวลาทำการ: 11.00 – 20.00 น.
  • ที่ตั้ง: เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 2

10. สวนสนุกเพลย์มอนโด (Playmondo)

สวนสนุกในร่มที่เน้นการเรียนรู้ผ่านการเล่น มีจุดจำลองอาชีพต่าง ๆ เช่น เชฟ คุณหมอ และแคชเชียร์ ช่วยให้เด็ก ๆ ได้ฝึกทักษะการเข้าสังคมและจินตนาการ

  • ไฮไลต์: โซนบทบาทสมมติ (Role Play) และเครื่องเล่นมาตรฐานโลก
  • ราคา: เริ่มต้น 660 บาท
  • เวลาทำการ: 10.00 – 20.00 น.
  • ที่ตั้ง: เซ็นทรัลเวิลด์ และเซ็นทรัลอีสต์วิลล์

11. คับส์ บาย เพลย์มอนโด (CUBS by Playmondo)

โซนกิจกรรมสำหรับเด็กเล็กวัย 0-7 ปี โดยเฉพาะ ตกแต่งในธีมธรรมชาติที่สวยงาม ช่วยกระตุ้นความสนใจและการเรียนรู้ผ่านการสัมผัสเครื่องเล่นที่อ่อนโยนต่อผิวเด็ก

  • ไฮไลต์: โซนป่าไม้ และโซนมหาสมุทรสำหรับเบบี๋
  • ราคา: เริ่มต้น 320 บาท
  • เวลาทำการ: 10.00 – 20.00 น.
  • ที่ตั้ง: เซ็นทรัล ลาดพร้าว และพระราม 2

12. HARBORLAND (ฮาร์เบอร์แลนด์)

สนามเด็กเล่นในร่มขนาดมหึมาที่เด็ก ๆ ทั่วเมืองหลงรัก มีสไลเดอร์ยักษ์และเครื่องเล่นเสริมทักษะมากมายบนพื้นที่กว้างขวางถึง 5,000 ตารางเมตร

  • ไฮไลต์: เครื่องเล่นมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลกจากยุโรป
  • ราคา: เริ่มต้น 200 บาท
  • เวลาทำการ: 10.00 – 20.00 น.
  • ที่ตั้ง: ไอคอนสยาม และสาขาอื่น ๆ ทั่วกรุงเทพฯ

13. สวนสนุกธีมภาพยนตร์ โคลัมเบีย พิคเจอร์ส อควาเวิร์ส ( Columbia Pictures Aquaverse)

สวนสนุกและสวนน้ำธีมภาพยนตร์ดังที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ เด็ก ๆ จะได้ตื่นตาตื่นใจกับโซน Ghostbusters และ Jumanji ที่มีการจัดแสดงและเครื่องเล่นสุดอลังการ

  • ไฮไลต์: สไลเดอร์ธีม Jumanji และเครื่องเล่น Men in Black
  • ราคา: เริ่มต้น 1,390 บาท
  • เวลาทำการ: 10.00 – 18.00 น.
  • ที่ตั้ง: นาจอมเทียน ชลบุรี

14. ซีโร่ ลาเทนซี่ (Zero Latency)

ประสบการณ์ VR แบบไร้สายที่สมจริงที่สุดในไทย พ่อแม่และลูกสามารถเข้าร่วมทีมได้สูงสุด 8 คน เพื่อร่วมผจญภัยในโลกเสมือนจริงที่ตื่นเต้นไม่เหมือนใคร

  • ไฮไลต์: ระบบ VR ไร้สายที่เคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ
  • ราคา: 790 บาท (ลด 10% สำหรับสมาชิก KTC)
  • เวลาทำการ: 11.00 – 20.00 น.
  • ที่ตั้ง: เอ็มควอเทียร์ ชั้น 4

15. บ๊าวซ์ (Bounce Thailand)

ลานแทรมโพลีนที่จะให้เด็ก ๆ ได้ปลดปล่อยพลังงานและฝึกทักษะยิมนาสติกพื้นฐาน ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อและความมั่นใจในตัวเองผ่านการกระโดดสุดมัน

  • ไฮไลต์: โซนแทรมโพลีนสำหรับเด็กอายุ 3 ปีขึ้นไป
  • ราคา: 200 บาท
  • เวลาทำการ: 11.00 – 20.00 น.
  • ที่ตั้ง: เอ็มควอเทียร์ ชั้น 4

สรุปบทความ 

ไม่ว่าจะเลือกที่เที่ยวเด็ก กทม. รูปแบบไหน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความปลอดภัยและความพร้อมของอุปกรณ์ หากต้องเดินทางไกล อย่าลืมตรวจสอบว่า คาร์ซีท หรือคาร์ซีทเด็กโต ของลูกติดตั้งไว้อย่างแน่นหนาแล้ว หรือถ้าเป็นเด็กเล็ก การมีผู้ช่วยอย่างเป้อุ้มเด็กยี่ห้อไหนดีที่สวมใส่สบายจะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่เดินเที่ยวได้ทั้งวันโดยไม่เมื่อยล้า BabyGift ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านสินค้าแม่และเด็ก พร้อมอยู่เคียงข้างคุณเสมอ เพื่อให้ทุกกิจกรรมเด็ก กลายเป็นความทรงจำที่แสนพิเศษสำหรับครอบครัว

คำถามที่พบบ่อย

กิจกรรมเด็กแบบไหนที่เหมาะสมกับทารกแรกเกิดถึง 6 เดือน

วัยนี้เน้นกิจกรรมที่กระตุ้นประสาทสัมผัสเบา ๆ เช่น การฟังเพลง การลูบสัมผัสผิว หรือการพาออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ในที่ที่ไม่พลุกพล่าน

หากลูกไม่สนใจกิจกรรมเด็กที่จัดให้ ควรทำอย่างไร?

คุณแม่ไม่ควรบังคับ ลองสังเกตความสนใจของลูกแล้วปรับกิจกรรมให้ยืดหยุ่น การให้ลูกได้เลือกสิ่งที่อยากเล่นเองจะช่วยสร้างความสนุกได้มากกว่า

กิจกรรมเด็ก ประเภทไหนช่วยเสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์ได้ดีที่สุด?

กิจกรรมแนวบทบาทสมมติหรืองานศิลปะแบบปลายเปิด (Open-ended play) จะช่วยให้เด็กได้ใช้จินตนาการอย่างไร้ขีดจำกัดได้ดีที่สุด

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

ความปรารถนาสูงสุดของคุณพ่อคุณแม่ คือการได้เห็นลูกน้อยเติบโตอย่างมีคุณภาพ มีสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์ พร้อมด้วยความเก่ง ฉลาด เป็นผู้ใหญ่ที่มีศักยภาพในอนาคต ดังนั้นเมื่อลูกน้อยลืมตาดูโลก คุณแม่ทุกท่านจึงตั้งใจเต็มที่ที่จะให้น้ำนมแม่แก่ลูกน้อยตั้งแต่แรกเกิดและมอบนมแม่ให้เป็นสุดยอดอาหารของลูกรักไปนานที่สุดเท่าที่จะทำได้ เราจึงเห็นว่าปัจจุบัน คุณแม่มีการเตรียมพร้อมเพื่อจะเป็นคุณแม่นักปั๊ม ทำนมแม่สต๊อกไว้ให้ลูกน้อยกันแต่เนิ่นๆ แต่คุณแม่รู้ไหมว่า…นอกจากการปั๊มนมที่ต้องพิถีพันใส่ใจในทุกรายละเอียดแล้ว วิธีการเก็บสต๊อกนมแม่ก็มีความสำคัญเช่นกัน เพราะหากคุณแม่เก็บไม่ถูกต้อง ไม่ถูกวิธี อาจทำให้นมแม่ก็เก็บบูดเสีย ลูกกินไม่ได้ รวมถึงหากเช่เย็นเก็บหรือละลายในอุณหภูมิไม่เหมาะสม ก็ทำให้นมแม่สูญเสียคุณค่าสารอาหารสำคัญและจำเป็นต่อสมองและร่างกายของลูกน้อยไปแบบน่าเสียดาย  เสียทั้งกำลังกาย กำลังใจ นมแม่ที่โภชนาการดีๆมากมาย กลับเสียหายไปไร้ประโยชน์ ดังนั้นเราจึงขอแนะนำ วิธีการเก็บน้ำนมแม่สต๊อกที่ถูกต้อง พร้อมเคล็ดลับเรื่องการเก็บนมแม่ไว้ไม่ให้เหม็นหืน เพื่อให้ลูกน้อยกินนมแม่จากสต๊อกได้อย่างเต็มที่ และมีความสุข วิธีเก็บน้ำนมแม่สต๊อก ขั้นตอนการปั๊มและ วิธีเก็บน้ำนมแม่สต๊อก ระยะเวลาการเก็บน้ำนมแม่ วิธีเก็บนมแม่สต๊อก ระยะเวลาที่เก็บได้ ตั้งทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้อง ไม่เข้าตู้เย็น เก็บได้ 1 ชั่วโมง ตั้งทิ้งไว้ในห้องปรับอากาศ  (ไม่เข้าตู้เย็น) เก็บได้ 4 ชั่วโมง ในกระติกน้ำแข็งที่มีน้ำแข็งตลอดเวลา เก็บได้ 1 วัน ใส่ตู้เย็น ช่อง/ชั้นธรรมดา เก็บได้ 3-5 วัน ใส่ตู้เย็นแบบ 1 […]

เริ่มต้นอย่างไรดี? ทำความเข้าใจก่อนเริ่มให้นมลูก การให้นมแม่เป็นช่วงเวลาสำคัญมาก เพราะน้ำนมแม่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน พัฒนาสมอง และสร้างสายสัมพันธ์ระหว่างแม่ – ลูก แต่สำหรับ คุณแม่มือใหม่ สิ่งนี้อาจเต็มไปด้วยความกังวล เช่น ก่อนเริ่มปั๊มนมหรือให้นม ควรรู้พื้นฐานดังนี้: ✔ ร่างกายผลิตน้ำนมตาม “ความต้องการ”ยิ่งลูกดูดหรือแม่ปั๊มบ่อย → ยิ่งมีน้ำนมมา (หลักการ Supply & Demand) ✔ 3–5 วันแรกเป็น “น้ำนมเหลือง (Colostrum)”อุดมด้วยภูมิคุ้มกันและแอนติบอดีมากที่สุด ✔ ช่วงแรกอาจมีเจ็บหัวนม ตึงเต้า หรือกังวลเรื่องน้ำนมถือเป็นเรื่องปกติ และสามารถแก้ไขได้ เช่น คุณแม่มือใหม่ต้องเตรียมอุปกรณ์อะไรบ้าง? (สำคัญมาก) ต่อไปนี้คือ “ชุดอุปกรณ์จำเป็น” ที่แนะนำให้มีตั้งแต่วันแรก: 1. เครื่องปั๊มนม (สำคัญที่สุด) ช่วยในการ 2. ถุงเก็บน้ำนม / ขวดเก็บน้ำนม 3. กรวยปั๊มนม “ต้องพอดี” 4. ผ้าคลุมให้นม / เสื้อปั๊มนม 5. […]

อายุครรภ์คืออะไรกันนะ? เมื่อตั้งท้อง สิ่งหนึ่งที่เป็นคำถามยอดฮิตเลยก็คือ “ท้องกี่เดือน” หรือ “คลอดเมื่อไหร่” การที่เราจะตอบคำถามพวกนี้ได้นั้นเราจะต้องทราบอายุครรภ์ของเราก่อนค่ะ พูดง่าย ๆ อายุครรภ์ก็คือระยะเวลาที่ลูกของเราได้อยู่ในท้องของเรามา แต่ถ้าหากจะพูดให้ดูมีหลักการหน่อยแล้ว อายุครรภ์ก็คือระยะเวลาที่นับตั้งแต่วันแรกของรอบเดือนล่าสุดของเรามาจนถึงปัจจุบัน โดยทั่วไปแล้วนั้น อายุครรภ์ที่นับจนถึงกำหนดคลอดควรจะเท่ากับ 40 สัปดาห์โดยประมาณค่ะ เราจะรู้อายุครรภ์ของเราได้อย่างไร? 1. การตรวจภายในโดยวัดขนาดของมดลูก ฟังดูน่ากลัวนิดนึงใช่มั้ยคะ วิธีนี้สามารถกะอายุครรภ์โดยประมาณของคุณแม่ได้ แต่ก็ไม่ได้แม่นยำเท่าไหร่หรอกนะ เพราะว่าเด็กแต่ละคนตัวใหญ่เล็กไม่เท่ากัน อาจมีคลาดเคลื่อนบ้าง 2. การอัลตราซาวด์ วิธีการตรวจแบบนี้จะตรวจได้เมื่อตอนอายุครรภ์สัก 5-6 สัปดาห์ขึ้นไป ส่วนถ้าอยากได้ผลแม่น ๆ หน่อยก็อาจจะมาตรวจช่วง 8-18 สัปดาห์ก็ได้นะ สำหรับวิธีนี้คุณหมอก็จะใช้วิธีการวัดขนาดของมดลูกเช่นกัน แต่จะเป็นการวัดผ่านการทำอัลตราซาวด์ แม้จะไม่ได้ตรงเป๊ะแบบ 100% แต่ก็ไม่คลาดเคลื่อนมากค่ะ 3. การนับรอบเดือน การนับรอบเดือนจะสามารถใช้ได้กับคุณแม่ที่มีรอบเดือนแบบมาสม่ำเสมอ ตรงกันทุกเดือน สามารถนับได้โดยการนับจากวันแรกของการมีประจำเดือนครั้งล่าสุด ให้ถือว่าวันนั้นเป็นวันแรกของการตั้งครรภ์ค่ะ วันนี้คุณแม่ไปพบคุณหมอครั้งแรก คุณหมอจะประเมินวันคลอดคร่าว ๆ ด้วยการนับรอบเดือนแบบนี้แหละ เพราะงั้นทางที่ดี เราควรจะจดรอบเดือนของเราทุกเดือนนะ เราทราบอายุครรภ์กันเพื่ออะไร? การทราบอายุครรภ์นั้นมีประโยชน์แน่นอนค่ะ อย่างแรกคือเราก็จะทราบได้ว่าเราจะคลอดเมื่อไหร่หรือประมาณช่วงไหน จะได้เตรียมตัวได้ถูก […]

คุณพ่อคุณแม่ที่กำลังมองหา โรงเรียนอนุบาลในฝัน ที่เหมาะสมให้กับลูกน้อยอยู่ เราเลยมีตัวเลือกโรงเรียนต่าง ๆ ที่อยู่ในกรุงเทพและปริมณฑลมาฝากกัน หลักสูตรจะน่าสนใจแค่ไหน และโดนใจคุณแม่กันบ้างหรือเปล่า มาดูกันเลยค่ะ โรงเรียนอนุบาลในฝัน มีที่ไหนที่น่าสนใจบ้าง มาดูกันเลย 1. โรงเรียนรุ่งอรุณ โรงเรียนตั้งอยู่บนพื้นที่สีเขียวประมาณ 50 ไร่ โดดเด่นด้านให้นักเรียนเรียนรู้อย่างเป็นองค์รวม เน้นความเป็นธรรมชาติเป็นพื้นฐาน เพื่อพัฒนาเด็ก ๆ ในแบบองค์รวมทั้งกาย ใจ สติปัญญา และสังคม เน้นลงมือทำจนเข้าถึงคุณค่าที่แท้จริงของทุกสิ่งที่เรียนรู้ สามารถนำความรู้มาประยุกต์ใช้อย่างสร้างสรรค์  มีจินตนาการ และโรงเรียนนี้ยังไม่มียูนิฟอร์ม เด็ก ๆ สามารถแต่งกายไปเรียนได้ตามความเหมาะสม ยกเว้นในวันกิจกรรมต่าง ๆ โรงเรียนรุ่งอรุณ เริ่มรับเข้าเรียน : ภาคเรียนที่ 2  เปิดเรียน เดือนกันยายน – ธันวาคม  และภาคเรียนที่ 3  เปิดเรียน เดือนมกราคม – เมษายน ข้อมูลติดต่อ : https://www.roong-aroon.ac.th  เบอร์โทรศัพท์  : 0 2870 7512 […]

สอนดูแลลูกตั้งแต่แรกเกิดแบบจับมือทำ โดยผู้เชี่ยวชาญมืออาชีพที่มีประสบการณ์มากกว่า 20 ปี เพราะการเลี้ยงลูกไม่ใช่เรื่องง่าย..#BabyGift เข้าใจและมองเห็นถึงความสำคัญ จึงได้ร่วมกับ พี่กัลนมแม่ กลุ่มแม่และเด็ก คลินิกนมแม่ สรุปเทคนิคดูแลทารกแรกเกิด โดยผู้เชี่ยวชาญ #พี่กัลนมแม่ จากในงาน 𝐌𝐨𝐦𝐦𝐲’𝐬 𝐋𝐨𝐯𝐞 𝐌𝐚𝐠𝐢𝐜 จะมีอะไรบ้าง ? ตามมาดูกันเลยค่ะ 1. ดูแลการกินของทารก #นมแม่ดีที่สุด ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทาน ลดความเสี่ยงติดเชื้อต่างๆ ได้ ถ้าลูกไม่ยอมดูดเต้าให้แม่ใช้เครื่องปั๊มนม และขวดนมแรกเกิดป้อนนมแม่ให้กับลูกน้อยแทน 2. หมั่นสังเกตการเจริญเติบโตลูกน้อย ปกติแล้วประมาณ 2 สัปดาห์ น้ำหนักลูกน้อยจะเพิ่มขึ้น วันละ 30 กรัม หากน้ำหนักเพิ่มน้อยกว่านี้ ควรรับคำแนะนำจากแพทย์ค่ะ 3. สังเกตการขับถ่ายของลูก อุจจาระแต่ละสีบอกสุขภาพลูกได้ หากมีสีขาวหรือแดงเข้ม หรือหากมีปัสสาวะขุ่น มีตะกอน อาจมีการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะได้ ควรปรึกษาแพทย์ทันที 4. การนอนของทารก ท่านอนที่ดีที่สุดของทารก คือ การนอนหงาย เด็กแรกเกิดควรนอน 16-18 ชั่วโมง/วัน เพื่อให้ Growth Hormone […]

ถ้าพูดถึงสิ่งที่แม่ๆ เป็นกังวลที่สุดตอนนี้ก็คงจะหนีไม่พ้นไวรัสโคโรน่า หรือ COVID-19 ซึ่งตอนนี้แพร่ระบาดและคร่าชีวิตผู้คนไปแล้วทั่วโลกกว่า 4,000 ราย แถมยังดูทีท่าไม่มีจะหยุดเสียด้วย COVID-19 หรือที่เราเรียกกันว่าไวรัสโคโรน่านั้น เป็นเชื้อก่อโรคชนิดหนึ่งที่เราไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าเลยล่ะค่ะ ความน่ากลัวของมันก็คือ มันจะลอยอยู่ในอากาศ​ ทำให้สามารถติดต่อกันได้ง่ายมากๆ แค่หายใจเข้าไปก็สามารถติดต่อกันได้แล้ว นอกจากการหายใจ การสัมผัสกันก็ยังถือเป็นการแพร่เชื้อชั้นดี ไม่ต้องพูดถึงเวลาไอหรือจามกันเลย แค่ฟังก็รู้สึกชีวิตอยู่ยากแล้ว และยังจะยิ่งยากเข้าไปใหญ่ถ้ามีอีกหนึ่งชีวิตพ่วงมาด้วย แต่อย่ากลัวไปค่ะ เราจะต้องรอด ขอแค่เปลี่ยนตัวเองเป็นคุณแม่สายคลีนตั้งแต่หัวจรดเท้า แค่นี้ก็อย่าหวังว่าเชื้อโรคจะได้แอ้ม วิธีเอาตัวรอดจากไวรัสโคโรน่าฉบับคุณแม่ต้องไปทำงาน 1.พกหน้ากากติดตัวให้เป็นนิสัย คงไม่ใช่แค่พก แต่ขอให้คุณแม่สวมเอาไว้ค่ะ เพราะการสวมหน้ากากเป็นวิธีป้องกันที่ง่ายและเบสิคที่สุดในตอนนี้แล้ว อย่างที่บอกว่าไวรัสจะลอยอยู่ในอากาศ คุณแม่จะไม่ทราบเลยว่าแต่ละครั้งที่หายใจเข้าไปนั้นจะเอาอะไรเข้าไปบ้าง เพราะฉะนั้น คุณแม่ควรจะใส่หน้ากากตลอดเวลา และควรจะเลือกหน้ากากที่มีความเหมาะสมด้วยนะคะ เพราะหน้ากากบางชนิดก็บางเกินไป ไม่สามารถกันได้นะ 2. ล้างมือทุกชั่วโมง ความจริงเรื่องการล้างมือนี่ถ้าไม่มีไวรัสระบาดก็ควรจะทำให้ติดเป็นนิสัยนะ เหตุผลที่เราควรล้างมือบ่อยๆ เพราะไม่ใช่แค่ไวรัสโคโรน่าเท่านั้นที่ติดต่อผ่านการสัมผัส แต่เชื้อโรคอื่นๆ ก็จะตกค้างอยู่ที่มือเรา ไม่ว่าเราจะทำอะไรก็ตาม การล้างมือเป็นประจำจะทำให้มือของเราสะอาด เวลาหยิบจับอาหารอะไรเข้าปากก็หมดห่วง อย่าลืมว่าการล้างมือที่ถูกต้องควรล้างทั้งด้านหน้าและด้านหลัง รวมถึงซอกเล็บด้วยนะคะ 3. พกเจลแอลกอฮอล์ บางทีการเดินตามหาน้ำล้างมือในสถานที่ต่างๆ ก็อาจดูจะเป็นเรื่องยากเกินไปซักนิด ดังนั้นเราจึงมีตัวเลือกใหม่ฉบับพกพาให้คุณแม่สะดวกได้มากขึ้นกว่าเดิม เจลแอลกอฮอล์ที่ดีควรมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ที่ 70-95% […]

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
Promotions
Locations
BabyGift Family
BabyGift Care
Parents Guide
News & Event

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid