รวมเมนูอาหารสำหรับคุณแม่ลูกอ่อน กินอะไรดีช่วยเพิ่มน้ำนมให้ลูก

รวมเมนูอาหารสำหรับคุณแม่ลูกอ่อน กินอะไรดีช่วยเพิ่มน้ำนมให้ลูก

ยินดีด้วยกับคุณแม่มือใหม่ทุกคน การก้าวเข้าสู่บทบาทแม่ลูกอ่อนอย่างเต็มตัวนั้น นอกจากการปรับตัวกับเจ้าตัวเล็กแล้ว เรื่องปากท้องของคุณแม่ก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะอาหารที่คุณแม่ทานเข้าไป ไม่เพียงแต่ช่วยฟื้นฟูร่างกายหลังคลอดให้กลับมาแข็งแรงเท่านั้น แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างน้ำนมแม่ที่มีคุณภาพและปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการของลูกน้อย วันนี้ BabyGift ได้รวบรวม 15 เมนูบำรุงน้ำนมรสชาติอร่อย ทานง่าย มาฝากกัน

อาหารหลังคลอดสำคัญต่อคุณแม่อย่างไร

อาหารหลังคลอดสำคัญต่อคุณแม่อย่างไร

สำหรับคุณ แม่ลูกอ่อน ร่างกายจะอยู่ในสภาวะที่ต้องการการฟื้นฟูอย่างเร่งด่วน เนื่องจากการสูญเสียเลือด แร่ธาตุ และพลังงานมหาศาลระหว่างการคลอด การได้รับอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วนจะช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด และป้องกันภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ เช่น ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด หรือโรคกระดูกพรุน นอกจากนี้ สารอาหารที่แม่ทานเข้าไปจะถูกส่งผ่านไปยังลูกน้อยผ่านน้ำนม การเลือกทานสิ่งที่ดีจึงเป็นการวางรากฐานสุขภาพที่แข็งแรงให้กับลูกรักตั้งแต่วันแรก

สารอาหารที่คุณแม่หลังคลอดไม่ควรพลาด

เพื่อให้ร่างกายผลิตน้ำนมได้อย่างมีประสิทธิภาพ คุณแม่ลูกอ่อนควรเน้นสารอาหารหลัก ๆ ดังนี้

  • โปรตีน: ช่วยซ่อมแซมแผลหลังคลอดและสร้างกล้ามเนื้อ พบมากในเนื้อสัตว์ ไข่ และถั่ว
  • แคลเซียม: สำคัญมากเพราะลูกจะดึงแคลเซียมจากแม่ไปสร้างกระดูก แม่จึงต้องทานเสริมเพื่อป้องกันกระดูกเปราะ
  • ธาตุเหล็ก: ช่วยบำรุงเลือดและป้องกันภาวะโลหิตจางจากการเสียเลือดตอนคลอด
  • ดีเอชเอ (DHA): ช่วยพัฒนาสมองและการมองเห็นของลูกน้อยผ่านทางน้ำนม
  • ไอโอดีน: ส่งเสริมพัฒนาการทางสติปัญญาและระบบประสาทของทารก
  • น้ำสะอาด: เป็นส่วนประกอบหลักของน้ำนม ควรดื่มให้เพียงพอเพื่อป้องกันร่างกายขาดน้ำ

แนะนำ 15 เมนูอาหารสำหรับคุณแม่ลูกอ่อน

แนะนำ 15 เมนูอาหารสำหรับคุณแม่ลูกอ่อน

มาดูกันว่าเมนูไหนบ้างที่ทำง่าย ประโยชน์ล้นแก้ว และช่วยให้คุณแม่ลูกอ่อนมีน้ำนมไหลมาเทมาจนเจ้าตัวเล็กอิ่มท้องแฮปปี้กันทุกมื้อ

1. ฟักทองแกงบวดนมสด

ฟักทองเป็นผักที่อุดมไปด้วยวิตามินเอ บี ซี และเบต้าแคโรทีน ซึ่งมีสรรพคุณช่วยขับน้ำนมและเสริมระบบภูมิคุ้มกัน เมนูนี้เลือกใช้นมสดแทนกะทิเพื่อลดปริมาณไขมันอิ่มตัว ทำให้คุณแม่ได้รับโปรตีนและแคลเซียมเพิ่มขึ้น ช่วยบำรุงร่างกายให้แข็งแรงและไม่อ้วนง่าย

2. แกงหัวปลีใส่ไก่ 

หัวปลีถือเป็นสมุนไพรเบอร์หนึ่งในการบำรุงน้ำนมของไทย เพราะมีสารซาโปนินที่ช่วยกระตุ้นฮอร์โมนโปรแลคติน เมื่อนำมาแกงใส่ไก่จะได้โปรตีนเน้น ๆ ช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อหลังคลอด และช่วยให้น้ำนมไหลดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดสำหรับคุณแม่ลูกอ่อนทุกคน

3. กะเพราเห็ดฟาง

ใบกะเพรามีฤทธิ์ร้อนช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการสร้างน้ำนม ส่วนเห็ดฟางมีไฟเบอร์และโปรตีนสูง ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายคุณแม่ที่ยังอ่อนแอหลังคลอดได้ดีเยี่ยม

4. แกงเลียงผักรวมกุ้งสด

สุดยอดเมนูเพิ่มน้ำนมที่รวมสมุนไพรฤทธิ์ร้อนอย่างพริกไทย หอมแดง และกะปิ พร้อมผักหลากชนิด เช่น บวบ ตำลึง และฟักทอง เมนูนี้ช่วยกระตุ้นการหลั่งน้ำนมได้ดีมาก และยังได้สารอาหารครบถ้วนจากกุ้งสด ช่วยให้คุณแม่ลูกอ่อนสดชื่นและมีกำลัง

5. ราดหน้าปลา

เนื้อปลาเป็นแหล่งโปรตีนที่ย่อยง่ายและมีโอเมก้า 3 (DHA) สูง ซึ่งจำเป็นต่อการพัฒนาสมองของลูกน้อย เมนูราดหน้าช่วยให้คุณแม่ทานได้ลื่นคอ ได้พลังงานจากเส้นและวิตามินจากผักคะน้า เป็นมื้อกลางวันที่สารอาหารครบจบในจานเดียว

6. แกงส้มมะละกอ

มะละกอมีวิตามินเอและไฟเบอร์สูง ช่วยในเรื่องระบบขับถ่ายที่คุณแม่มักมีปัญหาหลังคลอด น้ำแกงส้มที่มีส่วนผสมของหอมแดงและกระชายช่วยขับลมและกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด เสริมสร้างคุณภาพน้ำนมให้เข้มข้นยิ่งขึ้น

7. น้ำขิง

เครื่องดื่มสมุนไพรยอดฮิตของแม่ลูกอ่อน ขิงมีฤทธิ์ร้อนช่วยให้ร่างกายอบอุ่น ขับลม แก้ท้องอืด และที่สำคัญคือช่วยกระตุ้นให้น้ำนมพุ่งดีมาก การจิบน้ำขิงอุ่น ๆ ระหว่างวันจะช่วยให้คุณแม่รู้สึกผ่อนคลายและสดชื่นตลอดทั้งวัน

8. ฟักทองผัดไข่

เมนูทำง่ายที่ได้ประโยชน์สูงสุด ฟักทองช่วยบำรุงเลือดและขับน้ำนม ส่วนไข่ไก่ให้โปรตีนคุณภาพดีที่ช่วยสมานแผลหลังคลอด เมนูนี้รสชาติหวานธรรมชาติ ทานง่าย และช่วยให้คุณแม่มีพลังงานในการดูแลเจ้าตัวเล็กได้ตลอดวัน

9. ยำหัวปลี

หากคุณแม่เบื่อเมนูต้ม ๆ แกง ๆ ยำหัวปลีคือทางเลือกที่ดี หัวปลีสดมีธาตุเหล็กสูงช่วยบำรุงเลือดและเพิ่มระดับฮอร์โมนกระตุ้นน้ำนม การทานในรูปแบบยำที่มีรสชาติกลมกล่อม (ไม่เผ็ดจัด) จะช่วยให้คุณแม่เจริญอาหารมากขึ้น

10. กะเพราหมู

เมนูที่หาทานง่ายแต่ได้ประโยชน์มหาศาล ใบกะเพราช่วยเพิ่มอุณหภูมิในร่างกาย กระตุ้นการผลิตน้ำนม ส่วนเนื้อหมูให้โปรตีนและธาตุเหล็ก แนะนำให้ผัดแบบน้ำมันน้อยและไม่รสจัดจนเกินไป เพื่อไม่ให้ส่งผลต่อรสชาติน้ำนมที่ลูกต้องดื่ม

11. กุยช่ายผัดตับ

กุยช่ายอุดมไปด้วยแคลเซียมและฟอสฟอรัส ช่วยบำรุงกระดูกและน้ำนม ส่วนตับหมูเป็นแหล่งธาตุเหล็กชั้นดี ช่วยเสริมสร้างเม็ดเลือดแดง ทดแทนเลือดที่เสียไปจากการคลอด เป็นเมนูที่ช่วยป้องกันภาวะโลหิตจางในคุณแม่ลูกอ่อนได้อย่างดี

12. แซลมอนนึ่งซีอิ๊ว

แซลมอนสุกอุดมไปด้วยโอเมก้า 3 และวิตามินดี ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงภาวะซึมเศร้าหลังคลอดและบำรุงสมองลูกน้อยผ่านทางน้ำนม การนึ่งซีอิ๊วเป็นการปรุงที่ช่วยรักษาคุณค่าทางอาหารและรสชาติของปลาไว้ได้อย่างครบถ้วนและปลอดภัยที่สุด

13. ข้าวต้มปลา

อาหารเช้าที่แสนอบอุ่น เนื้อปลาย่อยง่าย สบายท้อง ช่วยให้คุณแม่ได้รับโปรตีนแต่เช้า การเติมขิงซอยและต้นหอมลงไปจะยิ่งช่วยขับลมและกระตุ้นน้ำนม เป็นเมนูเบา ๆ ที่ให้พลังงานเพียงพอต่อการเริ่มต้นวันใหม่ของการเลี้ยงลูก

14. อกไก่ผัดขิง

สำหรับคุณแม่ที่อยากคุมรูปร่างหลังคลอด อกไก่ผัดขิงคือคำตอบ ได้โปรตีนเน้น ๆ แต่ไขมันต่ำ ผสมผสานกับขิงที่ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดและบำรุงน้ำนม คูณสองประโยชน์เข้าไปในจานเดียว อิ่มนานและน้ำนมไหลดีแน่นอน

15. แกงจืดตำลึง

ตำลึงเป็นผักที่มีวิตามินเอสูงมาก ช่วยบำรุงสายตาและบำรุงเลือด การทานแกงจืดตำลึงร้อน ๆ ช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย เพิ่มปริมาณน้ำนม และยังได้วิตามินบีจากหมูสับที่ใส่ลงไป ช่วยเสริมสร้างระบบประสาทให้แข็งแรงทั้งแม่และลูก

สรุปบทความ 

การเลือกทานอาหารที่เหมาะสมสำหรับคุณแม่ลูกอ่อน เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและสำคัญอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะช่วยฟื้นฟูร่างกายคุณแม่ให้กลับมาแข็งแรงแล้ว ยังส่งผลโดยตรงต่อการเจริญเติบโตของลูกรัก และเมื่อคุณแม่เตรียมร่างกายด้วยเมนูบำรุงน้ำนมพร้อมแล้ว อย่าลืมเตรียมอุปกรณ์ตัวช่วยอย่าง เครื่องปั๊มนม คุณภาพดีเพื่อเก็บสต็อกน้ำนมไว้ให้เจ้าตัวเล็กด้วย BabyGift พร้อมเป็นผู้ช่วยส่วนตัวที่รู้จริงเรื่องของใช้แม่และเด็ก เข้าใจลึก พูดง่าย และอยู่เคียงข้างคุณพ่อคุณแม่มือใหม่เสมอ เราคัดสรรสินค้าแม่และเด็กที่ดีที่สุดเพื่อให้การเลี้ยงลูกของคุณเป็นช่วงเวลาที่แสนพิเศษและมีความสุขที่สุด

สามารถดูสินค้าทั้งหมดได้ที่ BabyGift Shop

คำถามที่พบบ่อย

อาหารอะไรที่แม่ลูกอ่อนควรกิน

ควรเน้นอาหารที่มีโปรตีนสูง แคลเซียม และผักสมุนไพรที่มีฤทธิ์ร้อน เช่น ขิง หัวปลี และใบกะเพรา เพื่อกระตุ้นการสร้างน้ำนม

คนเพิ่งคลอดกินอะไรได้บ้าง

ทานได้เกือบทุกอย่างที่สุกสะอาดและมีสารอาหารครบ 5 หมู่ แต่ควรเลี่ยงอาหารรสจัด คาเฟอีน และแอลกอฮอล์ที่อาจส่งผลเสียต่อลูก

กินอะไรให้ปากมดลูกเปิดเร็วขึ้น

ตามธรรมชาติไม่มีอาหารชนิดใดที่ทำให้ปากมดลูกเปิดเร็วขึ้นโดยตรง แต่การทานสับปะรดหรืออินทผาลัมในช่วงใกล้คลอดอาจช่วยเตรียมความพร้อมของมดลูกได้ตามคำแนะนำของแพทย์

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

หลายๆบ้านถามกันเข้ามาว่า เวลาพาลูกเที่ยว แม่แพรว ยังให้เฌอลินน์นั่งรถเข็นอยู่ไหม ? ต้องบอกแบบนี้เลยค่ะว่า ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในแต่ละวัน ว่าเราพาลูกน้อยไปเที่ยวที่ไหนบ้าง ต้องเดินทางไกลหรือนานแค่ไหน ? อย่างเวลาแพรวพาลูกออกนอกบ้านนานๆ ถ้าไม่มีตัวช่วยอย่างเจ้ารถเข็นเลย บางครั้งก็ทำให้เฌอลินน์งอแง อยากให้อุ้มอยู่ตลอดเวลา พ่อแม่อย่างเราจะคอยอุ้มลูกทั้งวันก็คงไม่ไหวใช่มั้ยหล่ะคะ ถ้าได้รถเข็นมาเป็นตัวช่วยพาลูกเที่ยวในวันที่แม่เหนื่อย อุ้มลูกไม่ไหว ก็จะช่วยทำให้เราพาลูกเที่ยวแบบสบาย แม่ไม่เหนื่อย แฮปปี้กันทั้งครอบครัวเลยค่ะ แพรวเลือก รถเข็น Aprica รุ่น Optia Cushion Premium ให้เฌอลินน์ เพราะเขารองรับสรีระเด็กทุกช่วงวัย ตั้งแต่แรกเกิด – 3 ขวบกันเลยทีเดียวค่ะ ตอนนี้เฌอลินน์ 2 ขวบแล้ว ตัวสูงแบบนี้ยังนั่งได้สบายๆไม่อึดอัด แถมแบรนด์ Aprica รุ่นนี้ไม่ใช่รถเข็นธรรมดาทั่วไป เป็นเบาะแบบ Ergonomic Design ที่ออกแบบคิดค้นโดยกุมารแพทย์ญี่ปุ่นด้วย ขนาดพ่อแม่อย่างเรายังตามหาซื้อเก้าอี้ Ergonomic มานั่งทำงานกันเลยใช่มั้ยคะ แพรวเองก็ขอเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกน้อยได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ขณะอยู่นอกบ้านแน่นอนค่ะ ซื้อรถเข็นมา ลูกไม่ยอมนั่งทำไงดี ? คุณพ่อคุณแม่ต้องลองสังเกตุดูค่ะ ด้วยสภาพอากาศเมืองไทยค่อนข้างร้อน เด็กเล็กๆ มักจะมีเหงื่อออกเยอะ ถ้าเป็นรถเข็นที่ไม่ค่อยระบายอากาศเวลาลูกนั่งนานๆ เขาจะหัวเปียกหลังแฉะ ไม่สบายตัวอยู่ตลอดเวลา การได้รถเข็นเบาะระบายอากาศดีๆ เวลาเราพาลูกออกนอกบ้าน ลูกจะยอมนั่งไม่งอแง […]

เมื่อต้องเดินทางหรือท่องเที่ยวพร้อมกับลูกวัยเบบี๋ อาจทำให้คุณแม่หลายๆ บ้านกังวลใจในการ พาลูกขึ้นเครื่อง ไม่ว่าจะเรื่องสุขภาพอนามัยความปลอดภัย ลูกน้อยจะเดินทางไหวไหม? ต้องเตรียมของใช้อะไรไปบ้าง? ลูกเดินทางได้อายุเท่าไร? มีอะไรที่เอาขึ้นเครื่องบินไปได้หรือไม่ได้บ้าง?  จะนั่งตรงไหนให้ปลอดภัยเลี้ยงลูกได้สะดวก? ลูกหิวหรือร้องงอแงจะทำอย่างไรได้บ้างนะ? ทุกเรื่องที่คุณแม่กังวลใจจัดการได้ไม่ยาก แค่เพียงทำตามข้อมูลและคำแนะนำเหล่านี้ค่ะ 4 เรื่องต้องรู้ก่อน พาลูกขึ้นเครื่องบิน เมื่อคุณแม่รู้ว่าจะต้องเพินทางพร้อมลูกวัยเบบี๋ สิ่งแรกที่ต้องทำคือการหาข้อมูล สอบถามกฎและรายละเอียดจากสายการบิน และวางแผนการเดินทางและอุปกรณ์ของใช้ให้ครบถ้วน อาทิ » หาข้อมูลก่อนเดินทาง ตรวจสอบกับสายการบิน ว่าอายุเด็กทารกที่เดินทางได้คือเท่าไร เพราะแต่ละสายการบินอาจมีข้อกำหนดที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งตามความจริงและพัฒนาการของเบบี๋แล้ว ควรให้ลูกอายุประมาณ 3-4 เดือนขึ้นไปจึงเดินทางได้เพื่อสุขภาพ สุขอนามัยและความปลอดภัย แต่หากมีความจำเป็นก็สามารถพาลูกเล็กขึ้นเครื่องบินได้ โดยบางสายการบินเด็กทารกที่เดินทางได้ต้องอายุไม่น้อยกว่า 7 วัน หรือบางสายการบินอาจให้ทารกอายุตั้งแต่ 14 วันขึ้นไป  หรืออาจอนุญาตให้อายุน้อยกว่านั้นขึ้นอยู่กับคำแนะนำของแพทย์ สอบถามหาข้อมูลเรื่องการจองตั๋ว การเลือกที่นั่ง และค่าโดยสารสำหรับเด็กเล็ก  แจ้งสายการบินล่วงหน้า สอบถามเรื่องเอกสารที่ต้องใช้สำหรับเด็ก   ศึกษาข้อบังคับและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ บนเครื่องบิน สอบถามหรือหาข้อมูลข้อกำหนดต่างๆ ในการขึ้นเครื่องบิน ว่าสามารถนำอุปกรณ์ของใช้อะไรบ้าง ที่ขึ้นเครื่องบินเพื่อดูแลลูกทารกระหว่างการเดินทางได้ เช่น » เตรียมพร้อมอุปกรณ์ของใช้ในการเดินทางให้ลูกทารก รถเข็นเด็ก […]

เชื่อว่าปัญหาที่หลายๆ บ้านจะต้องเจอก็คือ การที่ลูกรักไม่ยอมกินข้าว โดยเฉพาะในเด็กเล็กที่อายุ 1 ขวบขึ้นไป เมื่อเริ่มเดินได้คล่อง เริ่มวิ่งได้บ้าง ก็จะติดเล่น ไม่ค่อยยอมกินข้าวหรือกินได้น้อย บางคนก็อมข้าว ไม่ยอมเคี้ยว หรือหันหน้าหนี กว่าจะป้อนหมดชามก็ใช้เวลานานเกินไป ซึ่งทำให้คุณพ่อคุณแม่หลายๆ คนเป็นกังวล เพราะการที่ลูกเราไม่ยอมกินข้าวก็อาจส่งผลต่อสุขภาพและการเติบโตของลูกได้ แต่ปัญหาการกินของลูกรับมือได้ไม่ยากเลยค่ะ เพียงแค่ต้องให้เวลา ใช้ความเข้าใจ และต้องใจแข็งนิดหน่อย ก็จะทำให้ลูกมีวินัยในการกินมากขึ้น ลูกไม่ยอมกินข้าว 1 ขวบ จะแก้ปัญหาอย่างไรดี ? มาลองฝึกลูกน้อยไปพร้อม ๆ กันกับ BabyGift ได้เลยค่ะ ลูกไม่ยอมกินข้าว 1 ขวบ ทำยังไงดี ? ชวนดูเทคนิคดีๆ ที่ทำให้ลูกกินได้มากขึ้น การได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอในปริมาณที่เหมาะสมนั้นเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมากสำหรับลูกน้อย เพราะส่งผลต่อการเจริญเติบโตตามวัย หากได้รับสารอาหารไม่เพียงพอนั้นอาจทำให้ลูกมีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์และสุขภาพไม่แข็งแรงได้ โดยทั่วไปแล้ว เมื่อเด็กอายุครบ 1 ขวบจะเริ่มเรียนรู้การปฏิเสธอาหารหรือคายอาหาร เนื่องจากมีพัฒนาการด้านการเคลื่อนไหวร่างกาย สามารถหยิบจับอาหารเข้าปากได้เอง การปฏิเสธ หรือคายอาหารจึงเป็นสัญชาตญาณอย่างหนึ่งที่ช่วยป้องกันไม่ให้ตัวเองกินสิ่งที่เป็นพิษหรือสิ่งแปลกปลอมเข้าไป โดยส่วนใหญ่แล้ว การที่ลูกไม่ยอมกินข้าว 1 ขวบนั้นจะเกิดขึ้นไม่นานและหายไปได้เอง แต่เด็กบางคนอาจมีพฤติกรรมกินยาก […]

Baby Shower เป็นการจัดงานเลี้ยงฉลองเพื่อรับขวัญทารกที่ใกล้คลอด แขกที่มาร่วมงานส่วนใหญ่จะเป็นญาติและเพื่อนสนิท ซึ่งจะนำของขวัญมามอบให้คุณแม่ เพื่อต้อนรับเจ้าตัวน้อยของครอบครัวนั่นเอง เป็นการแบ่งปันความรักให้กับครอบครัวและเพื่อนๆ เป็นที่นิยมในต่างประเทศ และปัจจุบันคนไทยเริ่มนิยมธรรมเนียมนี้เพิ่มมากขึ้น เริ่มจากการตั้งงบประมาณ ดูจากจำนวนแขกที่เชิญ หาสถานที่ ที่เราและแขกเดินทางสะดวก หรือถ้าบ้านมีบริเวณรับแขกจำนวนเยอะได้ ก็จัดที่บ้านได้เลยค่ะ  เลือกธีมงาน ส่งคำเชิญแบบออนไลน์สะดวกที่สุดค่ะ เตรียมของตกแต่งในงาน เตรียมอาหารและเครื่องดื่ม ตามธรรมเนียมว่าที่คุณแม่ จะมี Registered list ว่าของที่อยากได้มีอะไรบ้าง  ก็จะทำให้คุณแม่ได้ของใช้เบบี๋ได้ตรงกับใจที่ต้องการ และลิสต์ของรับขวัญจะมีตามนี้นะคะ 1. เสื้อผ้าเด็กอ่อน รวมไปถึงถุงมือ ถุงเท้า หมวก ผ้าห่อตัว ผ้าห่ม จัดแบบยกเซตไปเลยรับรองว่าคุณแม่เป็นปลื้มแน่ๆ 2. เก้าอี้ทานข้าว บางคนอาจคิดว่า กว่าจะได้ใช้ต้องรอเด็กโตก่อน ประมาณ 6 เดือนขึ้นไป แต่เอาจริงๆแล้ว แป๊บๆเองนะคะ ได้ใช้ยาวๆจนเด็กโต 3 – 4 ปีได้เลย นะคะ 3. เปลไกว ยิ่งเป็นแบบอัตโนมัติยิ่งดี จะได้ช่วยให้แม่ๆได้พักผ่อนไปพร้อมกับลูกๆ 4. เป้อุ้มเด็ก ไอเทมนี้ไม่ควรพลาด ตัวช่วยคุณแม่ที่คุณพ่อสามารถแบ่งเบาได้ด้วย พ่อใช้ก็ชิลๆ แม่ใช้ก็ชิคๆ […]

คุณแม่ฉีดวัคซีนกันหรือยังงงงง อย่ามัวแต่รีรอนะ เพราะว่าวัคซีนนั้นสำคัญมาก แต่ใครที่ฝากท้องกับคุณหมอแล้วก็ไม่ต้องห่วงค่ะ เดี๋ยวคุณหมอก็จะนัดฉีดเอง คุณแม่บางคนอาจจะสงสัยว่าเวลาท้องแล้วจะต้องฉีดวัคซีนอะไรบ้าง วันนี้เราเลยนำความรู้เกี่ยวกับวัคซีนที่สำคัญสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์มาฝากกันค่ะ ปกติแล้วการได้รับวัคซีนของคุณแม่ท้องจะแบ่งเป็น 2 ช่วง ก็คือช่วงก่อนตั้งครรภ์กับช่วงระหว่างตั้งครรภ์ ด้านล่างคือวัคซีนต่างๆ ที่สำคัญสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ค่ะ 1. วัคซีนป้องกันโรคหัดเยอรมัน (Rubella Vaccine) ใครเตรียมตัวเป็นคุณแม่ก็ไปฉีดวัคซีนตัวนี้ล่วงหน้าสัก 3 เดือนเป็นอย่างน้อยนะคะ อ๊ะๆ คนที่ยังไม่ได้ฉีดกำลังตกใจกันอยู่ใช่มั้ย อย่าเพิ่งตกใจไปค่ะ ถ้าคุณแม่ไม่เคยฉีดวัคซีนตัวนี้ก่อนท้อง คุณแม่ก็แค่ต้องดูแลตัวเองให้ดีๆ ในช่วงที่ท้องสามเดือนแรก หลักๆ คืออย่าไปที่ที่มีคนพลุกพล่าน เพราะมันเป็นแหล่งรวมเชื้อโรคเลยล่ะ ยิ่งถ้าไปเจอคนที่ไอหรือจามหรือเป็นไข้อะไรพวกนี้ด้วยแล้วก็ยิ่งเสี่ยงเข้าไปใหญ่เลย เพราะถ้าหากคุณแม่ติดเชื้อไวรัสหัดเยอรมันตัวนี้เข้าในช่วงที่ท้องสามเดือนแรก มันจะส่งผลให้ลูกในท้องมีความพิการที่อวัยวะต่างๆ เช่น ตา หู หัวใจ แขน ขาหรือสมองได้ค่ะ คุณแม่ที่เป็นหัดเยอรมันจะมีอาการเหมือนเป็นไข้หวัดธรรมนี่แหละ แต่จะแถมด้วยผื่นขึ้นตามตัว แต่ว่าถ้าคุณแม่ติดเชื้อไวรัสนี้ในช่วงเดือนท้ายๆ ก็ไม่ต้องกังวลค่ะ เพราะลูกของเราจะไม่ได้รับผลกระทบจากเชื้อนี้เนื่องจากเค้าเจริญเติบโตเต็มที่แล้ว 2. วัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบบี (Hepatitis B Vaccine) ไวรัสตัวนี้พบเยอะมากได้ประเทศไทยค่ะ คนที่เป็นก็จะแสดงอาการไม่เหมือนกันหรอก แต่ถ้าเป็นขั้นรุนแรงแล้วล่ะก็สามารถเสียชีวิตได้เลยค่ะ คนที่เป็นโรคนี้หนักๆ ตัวจะเหลือง อ่อนเพลียมากตลอดเวลาแล้วตับก็จะถูกทำลาย เจ้าเชื้อตัวนี้สามารถติดจากแม่สู่ลูกในท้องได้ แต่ก็ไม่ได้มีผลร้ายแรงอะไรนะคะ ที่บอกว่าติดต่อก็คือว่า ถ้าเกิดคุณแม่มีเชื้อนี้ […]

คุณแม่มือใหม่ขอให้ยกมือขึ้น! ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดีกับว่าที่คุณแม่ทุกคนด้วยนะคะ มั่นใจเลยว่า ตอนนี้คุณแม่ทั้งหลายต้องกำลังรู้สึกหัวหมุนติ้วๆ กับการเตรียมของให้ลูกน้อยอยู่แน่ๆ เพราะไอเท็มที่วางขายอยู่ในท้องตลาดนั้นมีเป็นล้านแปดพันเก้า อันนี้ก็น่ารัก อันนี้ก็ดูจำเป็น แต่ถ้าเราจะซื้อทุกอย่างก็คงไม่ไหว สำหรับบทความนี้ เราก็เลยนำเช็คลิสต์แบบครบถ้วนทุกหมวดมาฝากกันค่ะ มาดูกันดีกว่าว่าคุณแม่ยังขาดอะไรไปบ้าง 1. หมวดการนอน 2. หมวดให้นม 3. หมวดการกิน 4. หมวดอาบน้ำ/สุขอนามัย 5. หมวดการแต่งตัว 6. หมวดเดินทาง 7. หมวดฝึกพัฒนาการ 8. หมวดสุขภาพ/ดูแล 9. หมวดปกป้องลูกน้อย 10. หมวดทำความสะอาด และนี่ก็คือเช็คลิสต์ของสำคัญที่คุณแม่ขาดกันไม่ได้เลยค่า ทั้งนี้ทั้งนั้น อยากให้คุณแม่จำไว้เสมอว่า การซื้อสินค้าสำหรับลูกทุกครั้งนั้นควรคำนึงหลายๆ เรื่อง ไม่ใช่แค่เรื่องของราคา แต่เป็นเรื่องของคุณภาพ และการใช้งานในระยะยาวด้วยน้า

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
Promotions
Locations
BabyGift Family
BabyGift Care
Parents Guide
News & Event

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid