5 แบบ 10 ตัวเลือก เบาะนอนเด็ก หายใจผ่านได้ ที่คุณแม่วางใจ อัปเดตปี 2024

เบาะนอนเด็ก เรียกว่ามีความสำคัญมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับทารก และเด็กเล็ก เนื่องจากเหตุผลหลายอย่าง เช่น ความปลอดภัย ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคไหลตายในเด็ก (SIDS) และป้องกันการติดขัดหรือหายใจไม่ออก เบาะที่มีความแน่นพอเหมาะจะช่วยสนับสนุนกระดูกสันหลังที่กำลังพัฒนาของเด็ก ป้องกันปัญหาสรีระในอนาคต ช่วยให้เด็กนอนหลับได้ลึกและยาวนานขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่อพัฒนาการทางร่างกายและสมอง อีกทั้งเบาะเด็กที่ได้มาตรฐาน ปราศจากสารเคมีอันตรายยังส่งผลต่อสุขภาพของเด็กด้วย ดังนั้น การเลือกเบาะนอนสำหรับเด็กที่เหมาะสม และได้มาตรฐานจึงเป็นเรื่องสำคัญมากเพื่อความปลอดภัยและพัฒนาการที่ดีของเด็กนั่นเองค่ะ

รวม 10 ตัวเลือก เบาะนอนเด็ก ที่คุณแม่วางใจ เบาะนอนทารกหายใจผ่านได้ มียี่ห้อไหนบ้าง ? 

BabyGift เชื่อว่าคุณพ่อ คุณแม่ หลายคนที่เข้ามาอ่านบทความนี้ คงจะให้ความสำคัญกับการเลือกซื้อเบาะนอนทารกกันมาก เพราะฉะนั้นในบทความนี้เราจะมาแนะนำ 10 ตัวเลือกเบาะนอนสำหรับเด็กคุณภาพดี หายใจผ่านได้ ราคาไม่แรง มาให้ได้เลือกกันค่ะ แต่ก่อนจะไปแนะนำยี่ห้อกัน เราขอแนะนำวิธีการเลือกซื้อให้เบื้องต้น ดังนี้ค่ะ 

คำแนะนำในการเลือกซื้อเบาะนอนเด็ก 

  1. เลือกวัสดุที่นุ่มนวล และระบายอากาศได้ดี จะช่วยรองรับการนอนของทารกได้อย่างเหมาะสม 
  2. ใส่ใจเรื่องความปลอดภัย หลีกเลี่ยงเบาะนอนที่มีชิ้นส่วนเล็กๆ ที่อาจหลุดออกมาได้ รวมถึงเลือกผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานความปลอดภัย 
  3. เลือกเบาะที่สามารถซักได้ง่าย เพื่อรักษาสุขอนามัย และความสะอาดซึ่งจะส่งผลต่อลูกของเรา 

BabyGift แนะนำเบาะนอนเด็ก 5 แบบ 10 ตัวเลือก ที่คุณแม่ไว้ใจประจำปี 2024 

1. เบาะนอนทารก Baby Crown Nest – PRINCE & PRINCESS

เบาะนอนเด็กยี่ห้อแรกที่ BabyGift อยากแนะนำก็คือ Baby Crown Nest ของ PRINCE & PRINCESS ค่ะ แบรนด์นี้ออกแบบด้วยความใส่ใจ นอนแล้วไม่ยุบตัว ไม่แข็งไม่นุ่มเกินไป กระจายน้ำหนักได้ดี ทำให้ทารกรู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่ในท้องของแม่ ทำจากเส้นใยฝ้ายธรรมชาติ Cotton 80% ผสมกับเส้นใย Dracon 20% ที่มีความเหนียวนุ่ม ยืดหยุ่น ทักทอด้วยเทคนิคพิเศษ Breathable 3D Air Mesh ทำให้ช่วยให้ระบายอากาศ หายใจผ่านได้ และความร้อนชื้นได้ดี 

จุดเด่น 

  • ตัวเบาะนอนทารกสามารถปรับขนาดได้ ใช้ได้ตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 9 เดือน และรับน้ำหนักได้ 2.5 กิโลกรัม 
  • ใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ สามารถใช้วางบนที่นอนกับผู้ใหญ่ ป้องกันการพลิกตัวไปโดนลูกน้อยขณะนอนหลับ หรือวางบนเปลนอนทารกได้อย่างลงตัว และใช้กับเตียงเด็กแรกเกิดได้ วางบนโซฟาได้ 
  • ผ้าปูนอนชั้นบนสุดทำจากโพลีเอสเตอร์ 100% ที่ออกแบบให้มีรูระบายอากาศตลอดทั้งผืน ช่วยให้ลูกน้อยสามารถหายใจผ่านได้ ลดโอกาสการเกิดโรค SIDS หรือการเสียชีวิตเฉียบพลันในเด็กทารก 
  • มาพร้อมบาร์ของเล่น โมบายผ้านุ่มนิ่ม สีสันน่ารักสดใส ช่วยกระตุ้นพัฒนาการของลูกน้อยตั้งแต่แรกเกิดไปจนถึง 4 เดือน 
  • ผ้าปูที่นอนโดยรอบเบาะนอน สามารถถอดซักได้ 

2. OXY BABY Mattress เบาะนอนหายใจผ่านได้แบบมีขอบกั้น

OXY BABY Mattress เป็นอีกหนึ่งยี่ห้อของเบาะนอนเด็กที่เหล่าคุณแม่ไว้ใจ รุ่นนี้สามารถหายใจผ่านได้ รุ่นนี้จะมีขอบกั้นกันน้องกลิ้งตก กันคุณแม่นอนทับ ทำให้สามารถนอนบนเตียงเดียวกับคุณแม่ได้ มีความนุ่มแน่น แต่ยืดหยุ่นเพื่อความสบายสูงสุด และช่วยรักษารูปทรงธรรมชาติของกระดูกสันหลังให้กับทารกได้ ระบายอากาศได้รอบทุกด้าน หายใจผ่านได้ ทำให้อากาศไหลเวียนได้สะดวกจึงช่วยลดผดผื่นที่เกิดจากความร้อน และชื้นได้ 

จุดเด่น 

  • นอนสบายกว่า ด้วยโครงสร้าง รูปตัวX มีจุดรองรับน้ำหนักที่สม่ำเสมอ ป้องกันปัญหาเกี่ยวกับกระดูกสันหลังในระยะยาวได้ 
  • รองรับน้ำหนักได้ดี ไม่เสียรูปทรงเมื่อใช้งานในระยะยาว 
  • ใช้วัสดุ Tencel 3D Air Mesh Cover และ Polyester Mattress ปลอดภัยจากสารเคมี 
  • ซักล้างทำความสะอาดได้ ไม่เสียรูปทรง (ซักมือ หรือ ซักเครื่องใส่ถุงซัก)

3. OXY BABY Mattress เบาะนอนหายใจผ่านได้

เบาะนอนเด็กอีกหนึ่งรุ่นของ OXY BABY Mattress รุ่นนี้ไม่ได้มีขอบกั้น แต่แถมผ้าปูที่นอนให้ค่ะ ตัวเบาะใช้วัสดุที่ปลอดภัยจากสารเคมี มีจุดรองรับน้ำหนักที่สม่ำเสมอ ป้องกันปัญหาเกี่ยวกับกระดูกสันหลังในระยะยาวได้เช่นกัน หายใจผ่านได้ ระบายอากาศรอบด้าน อากาศไหลเวียนได้สะดวก จะวางบนพื้น วางบนเตียงนอนเด็กแรกเกิด หรือเตียงนอนแม่ก็สามารถทำได้ค่ะ มีให้เลือกด้วยกัน 2 ขนาด ขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งาน และความชอบค่ะ 

จุดเด่น 

  • ตัวเบาะมีความนุ่มแน่น แต่ยืดหยุ่น นอนสบายด้วยโครงสร้าง รูปตัว X 
  • รองรับน้ำหนักได้ดี ไม่เสียรูปทรงเมื่อใช้งานในระยะยาว 
  • ตัวเบาะทำความสะอาดง่ายเพียงแค่ฉีดล้าง และแห้งไว ส่วนผ้าปูที่นอนสามารถซักล้างทำความสะอาดได้ ไม่เสียรูปทรง (ซักมือ หรือ ซักเครื่องใส่ถุงซัก) 

4. AIRY เบาะนอนหายใจผ่านได้สำหรับทารก, ไซส์ L/70 (รุ่น DUO)

เบาะนอนเด็ก Duo ของ Airy ตัวนี้เป็นไซส์ L ค่ะ สามารถใช้นอนได้ 2 ด้าน ทั้งด้านแน่น เหมาะสำหรับแรกเกิดเป็นต้นไป และด้านนุ่มเหมาะสำหรับช่วงวัย 6 เดือน – 1ปี ขึ้นไป โดยแบ่งตามสรีระของแต่ละช่วงวัย ไม่ยวบง่าย ตัวไส้เบาะใช้วัสดุพิเศษ (EVA) ชนิดเดียวกับที่ใช้ทำยางกัดของทารก มาพร้อมโครงสร้างแบบรังนก 3 มิติ มีความยืดหยุ่นแต่ไม่ยวบ ผลิตจากวัสดุปลอดสารพิษระดับ food grade เนื้อเบาะ นุ่มแน่น รองรับสรีระของทารกได้อย่างเหมาะสม อากาศถ่ายเทได้ดี หายใจผ่านได้ มีให้เลือกด้วยกัน 3 ขนาด ทั้ง S, M, L  

จุดเด่น 

  • หายใจผ่านได้ดีเยี่ยม ผ่านการทดสอบจากสถาบันวิจัยประเทศเบลเยี่ยมว่าหายใจได้ “จริง” และดีกว่าเบาะทั่วไปถึง 7 เท่า 
  • เนื้อเบาะนุ่ม รองรับสรีระที่เปลี่ยนแปลงไปของลูก ได้แก่ ลำคอ ช่วงบ่า รวมถึง น้ำหนักที่มากขึ้นด้วย 
  • ตัวเบาะสามารถหายใจผ่านได้ ลดความเสี่ยง การขาดอากาศหายใจในทารก ล้างทำความสะอาดง่าย ไม่สะสมไรฝุ่น ลดการเกิดภูมิแพ้ 
  • เนื้อเบาะแน่นไม่ยวบ เหมาะสำหรับการทำ Tummy Time ฝึกกล้ามเนื้อและพัฒนาการ 

5. AIRY O2 เบาะนอนหายใจผ่านได้สำหรับทารก ไซส์ L/70

เบาะนอนเด็ก Duo ของ Airy ตัวนี้เป็นไซส์ L ค่ะ สามารถใช้นอนได้ 2 ด้าน ทั้งด้านแน่น เหมาะสำหรับแรกเกิดเป็นต้นไป และด้านนุ่มเหมาะสำหรับช่วงวัย 6 เดือน – 1ปี ขึ้นไป โดยแบ่งตามสรีระของแต่ละช่วงวัย ไม่ยวบง่าย ตัวไส้เบาะใช้วัสดุพิเศษ (EVA) ชนิดเดียวกับที่ใช้ทำยางกัดของทารก มาพร้อมโครงสร้างแบบรังนก 3 มิติ มีความยืดหยุ่นแต่ไม่ยวบ ผลิตจากวัสดุปลอดสารพิษระดับ food grade เนื้อเบาะ นุ่มแน่น รองรับสรีระของทารกได้อย่างเหมาะสม อากาศถ่ายเทได้ดี หายใจผ่านได้ มีให้เลือกด้วยกัน 3 ขนาด ทั้ง S, M, L  

จุดเด่น 

  • หายใจผ่านได้ดีเยี่ยม ผ่านการทดสอบจากสถาบันวิจัยประเทศเบลเยี่ยมว่าหายใจได้ “จริง” และดีกว่าเบาะทั่วไปถึง 7 เท่า 
  • เนื้อเบาะนุ่ม รองรับสรีระที่เปลี่ยนแปลงไปของลูก ได้แก่ ลำคอ ช่วงบ่า รวมถึง น้ำหนักที่มากขึ้นด้วย 
  • ตัวเบาะสามารถหายใจผ่านได้ ลดความเสี่ยง การขาดอากาศหายใจในทารก ล้างทำความสะอาดง่าย ไม่สะสมไรฝุ่น ลดการเกิดภูมิแพ้ 
  • เนื้อเบาะแน่นไม่ยวบ เหมาะสำหรับการทำ Tummy Time ฝึกกล้ามเนื้อและพัฒนาการ 

เบาะนอนที่ดีจะช่วยให้ลูกน้อยของคุณนอนหลับสบาย ปลอดภัย และมีการพัฒนาการที่ดี ดังนั้น การลงทุนซื้อเบาะนอนคุณภาพสูงจึงคุ้มค่าอย่างแน่นอนค่ะ และถ้าหากใครสนใจผลิตภัณฑ์เบาะนอนเด็ก หรือสินค้าแม่ และเด็กอื่นๆ ก็สามารถมาเยี่ยมชมสินค้าหรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ BabyGift ร้านจำหน่ายสินค้าแม่และเด็กระดับคุณภาพ มีประสบการณ์มากกว่า 15 ปี คุณพ่อคุณแม่สามารถมาเยี่ยมมสินค้าได้ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ร้านเบบี้กิ๊ฟ ทั้ง 4 สาขา ใกล้บ้าน หรือ สอบถามผ่านช่องทาง Online ทีมงาน BabyGift ยินดีให้คำแนะนำค่ะ 

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

ว่ากันว่า “น้ำนมของแม่นั้นดีที่สุด” มีคำแนะนำทางการแพทย์ว่าควรให้ทารกกินนมแม่ไปจนถึงอายุ 2 ขวบหรือนานกว่านั้น แม้ว่าลูกน้อยจะอายุ 6 เดือนขึ้นไปแล้ว ก็ควรกินน้ำนมของแม่ร่วมกับการกินอาหารอื่น ๆ เพื่อเสริมคุณค่าทางโภชนาการ เพราะในน้ำนมของแม่นั้นมีความสำคัญต่อลูกน้อยมาก ๆ ในน้ำนมมีสารอาหารที่ดีต่อลูกน้อยหลายอย่าง ทั้งยังมีภูมิคุ้มกันที่ช่วยปกป้องลูกน้อยให้แข็งแรง นอกจากนี้ การให้ลูกกินน้ำนมของแม่ก็ยังมีข้อดีต่อตัวคุณแม่เองด้วยเช่นกัน ประโยชน์ของนมแม่ มีอะไรบ้างนั้น มาดูกันเลยค่ะ  ประโยชน์ นมแม่ อาหารเปี่ยมคุณค่าสำหรับลูกน้อย  นมแม่นั้นเป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารกแรกเกิด เพราะเต็มไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ และช่วยเสริมภูมิต้านทานโรคให้กับลูก ประโยชน์ของนมแม่ช่วยลดความเสี่ยงในการเจ็บป่วย และในขณะที่ทารกกินน้ำนมจากเต้าของนั้น ก็เป็นการช่วยสร้างความผูกพันระหว่างแม่กับลูกด้วย ทั้งยังทำให้ทารกรู้สึกอบอุ่นปลอดภัยนอกจากนี้ สำหรับคุณแม่เอง การให้ลูกกินนมก็ยังจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งเต้านม มะเร็งรังไข่ และเบาหวาน โดยองค์การอนามัยโลก และยูนิเซฟมีคำแนะนำเกี่ยวกับการให้นมของแม่เอาไว้ดังนี้ค่ะ  ประโยชน์ของนมแม่ มีอะไรบ้าง ?   ชวนรู้ การให้นมลูกก็มีประโยชน์ต่อคุณแม่เองด้วย   ประโยชน์ของนมแม่ นอกจากจะดีต่อลูกน้อยแล้ว การที่คุณแม่ให้นมลูก ก็มีข้อดีต่อตัวคุณแม่เองด้วย ดังนี้   Tips ในการให้นม สำหรับคุณแม่มือใหม่  เมื่อได้รู้ประโยชน์ของนมแม่กันแล้ว เชื่อว่าคุณแม่หลายๆ ท่านก็อยากจะให้ลูกน้อยของเราได้กินนมตั้งแต่แรกเกินไปจนถึงอายุ 2 – 3 ขวบ แต่ในบางคนก็ต้องกลับไปทำงานประจำหลังพ้นช่วงลาคลอด […]

…แต่ก็ไม่ง่ายเลย ให้คาร์ซีทเป็นเก้าอี้วิเศษของเด็กๆ ประสบการณ์จากคุณแม่ท่านหนึ่ง ที่อยากแชร์ให้ทุกๆบ้านฝึกลูกนั่งคาร์ซีทเพื่อความปลอดภัยของลูกๆ วิธีนี้พิสูจน์แล้วได้ผลแน่นอนค่ะ แต่ช่วงแรกคุณพ่อคุณแม่ต้องใจแข็งหน่อยนะคะ อ่านจบแล้วนำไปฝึกกับลูกๆเราได้เลยค่ะ ไม่นานมานี้ดิฉันเดินทางไปเที่ยวต่างจังหวัดกับลูกๆทั้งสนุกสนานและปลอดภัยตั้งแต่ออกเดินทางจนถึงจุดมุ่งหมายเลยค่ะรู้สึกขอบใจตัวเองที่กัดฟันให้ลูกนั่งคาร์ซีท ตั้งแต่วันแรกที่ลืมตาดูโลก ทำให้ขับรถได้อย่างมีสมาธิ แต่กว่าจะถึงวันนี้ลูกก็เคยร้องไห้ประท้วงจนแหวะใส่เก้าอี้ตัวเองมาแล้ว ดิฉันใช้วิธีสงบสยบความเคลื่อนไหวร้องได้ร้องไป แค่ 15 นาทีเท่านั้น คลื่นลมก็สงบ ตั้งแต่นั้นมาลูกๆ เรียนรู้เลยว่า เวลาขึ้นรถต้องไปนั่งที่ “เก้าอี้วิเศษ”  คาร์ซีทของตัวเองและนั่งทุกครั้งแม้ระยะทางจะใกล้หรือไกลเพราะอุบัติเหตุอาจเกิดจากภัยในรถ เช่น ลูกทะเลาะกันที่เบาะหลัง (เจอมาแล้ว) หรือปีนป่ายจนได้รับอันตราย คุณแม่ท่านไหนที่ยังไม่มั่นใจในคาร์ซีท carseat ว่าจะช่วยวันยุ่งๆของคุณแม่ได้มากน้อยแค่ไหน ลองเคล็ดลับต่อไปนี้ดูสิคะ แล้วลูกคุณจะรัก “เก้าอี้วิเศษ” ของตัวเองขึ้นเยอะเลย 1. สร้างความผูกพันกับคาร์ซีท อนุญาตให้ลูกเอาสติ๊กเกอร์มาตกแต่งคาร์ซีทของตัวเองได้ เอาให้ถูกใจเลยเพราะต้องนั่งไปอีกนาน 2. มอบรางวัล บอกลูกว่า เราจะออกเดินทางได้ก็ต่อเมื่อล็อกสายรัดนิรภัยเรียบร้อย แล้วลูกจะรีบทำตัวน่ารักเพราะอยากไปเที่ยว แต่ถ้ากำลังพาไปหาหมอ อาจให้ขนมเป็นรางวัลได้ 3. เบี่ยงเบนความสนใจ ถ้าโยเยนัก ชวนคุยเรื่องการ์ตูนที่ลูกกำลังอินดีกว่า แค่นี้ก็เผลอจดจ่อกับการโม้เรื่องเจ้าหญิงกับฮีโร่ จนไม่ทันสังเกตว่า ตัวเองถูกจับนั่งคาร์ซีทเรียบร้อยแล้ว (มุกนี้ไม่เหนื่อย แถมสนุกดีด้วย) 4. เตรียมของเล่นแก้เบื่อ ควรมีของเล่นชิ้นโปรดอยู่ในรถ แนะนำว่าควรเป็นของเบาๆ และไม่แข็ง เช่น หนังสือผ้า เพราะคุณอาจโดนลูกเอาของในมือปาใส่ขณะขับรถ […]

สวัสดีค่ะ ^_^  อุปกรณ์คู่ใจของแม่ ๆ สุดสตรองทุกท่านก็คงหนีไม่พ้น “รถเข็นเด็ก” จริงไหมคะ..? ส่วนตัวมดเอง ลองใช้รถเข็นมาหลายยี่ห้อ แต่ตอนนี้บ้านเรากำลังจะไปเที่ยวต่างจังหวัดกันหลายวัน รถเข็นคันเดิมเริ่มไม่ตอบโจทย์เรื่องการพกพาอีกต่อไปแล้ว เพราะแค่ของใช้ก็เต็มรถแล้วค่ะ เราจึงมีโจทย์ในการหารถเข็นคันใหม่ว่า ต้องมีน้ำหนักเบา พับเก็บง่าย และแน่นอนว่าต้องเป็นแบรนด์ดังที่แม่ ๆ ไว้ใจ เหมือนสวรรค์มีตา 555 เพราะไม่กี่วันต่อมา เราก็ไปเจอใน IG คุณโอปอล์ว่า เพิ่งถอยรถเข็นใหม่ให้น้องอลิน อลันเหมือนกัน แถมยังเชียร์ว่ามันเบา ใช้งานสะดวกมากกก คุณแม่ขาช็อปอย่างเราก็ไม่รอช้าค่ะ ไปซื้อตามด่วน ๆ คุณโอปอล์ซื้อรถเข็นจากร้าน BABYGIFT ค่ะ มดเองไม่มีเวลาไปที่ร้าน เลยสั่งซื้อออนไลน์ กดสั่งปุ๊บ รอไม่นานก็มีน้องเสียงสวยโทรมานัดวันจัดส่งทันที 2 วันก็ได้ของค่ะ สะดวกมากก แล้วเราก็ได้รถเข็นที่ตอบโจทย์การใช้งานมา 1 คัน และนี่คือ “Aprica Magical Air Plus Highseat” รุ่นนี้มีจุดเด่นตรงที่ เล็ก และน้ำหนักเบา ที่สุด  ตัวนี้เค้าแนะนำสำหรับเด็กไม่เกิน 15 โล แต่ลูกบ้านนี้หนัก 16 โลก็ยังนั่งสบาย ๆ เลยค่ะ ราคาอยู่ที่ 10,335 บาท อย่างที่ทราบกันดีว่า “ถ้ารถเข็นต้อง Aprica”  ดังนั้นเค้าจึงมีความพิเศษค่ะรุ่นนี้น้ำหนักเบาเพียง 3.3 kg ถือมือเดียวได้สบาย ๆ และที่นั่งเป็นแบบ High Seat สูงจากพื้นดิน 52 cm. ซึ่งจะทำให้ฝุ่นละอองและความร้อนจากพื้นนั้นห่างจากลูกยิ่งขึ้น แถมยังสามารถพับเก็บได้แบบ One Step และล้อทั้ง 4 ก็จะติดกับพื้น ลากได้สบาย ๆ […]

บริษัท เบบี้กิ๊ฟ (ไทยแลนด์) ได้คำนึงถึงความเป็นส่วนตัวของลูกค้าทุกท่าน ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องเก็บรวบรวมข้อมูลและใช้ข้อมูลที่จำเป็นของท่าน เพื่อระบุตัวบุคคลตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ แห่งราชอาณาจักรไทย นโยบายความเป็นส่วนตัวอธิบายถึงวิธีที่เราเก็บข้อมูล นำมาใช้ และ การเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว (ในบางกรณี) โดยนโยบายนี้จะอธิบายถึงขั้นตอนการกระทำกับข้อมูลส่วนบุคคล และสุดท้ายนโยบายนี้จะอธิบายถึงตัวเลือกที่ท่านสามารถเลือกได้เกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลของท่านเอง การปกป้องดูแลข้อมูลส่วนตัวของท่านเปรียบเสมือนความไว้วางใจที่ท่านมีให้เราและเป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญ ดังนั้นเราจึงจะขอใช้เพียงข้อมูลบางส่วนของท่านอันได้แก่ ชื่อ และข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เฉพาะที่สอดคล้องกับนโยบายความเป็นส่วนตัวที่เราได้กำหนดไว้ ทั้งนี้เราจึงเก็บรวบรวมเฉพาะข้อมูลที่จำเป็นต่อการดำเนินความสัมพันธ์ทางธุรกรรมของเรากับท่านเท่านั้น ทางเราจะเก็บรักษาข้อมูลของท่านไว้เป็นระยะเวลาตราบเท่าที่กฎหมายกำหนดหรือ เป็นระยะเวลาตามวัตถุประสงค์ในการเก็บข้อมูลนั้นๆ ท่านสามารถเยี่ยมชมและท่องเว็บไซต์ของเราได้โดยไม่จำเป็นต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลใดๆ โดยตลอดการเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเรา ท่านจะอยู่ในฐานะผู้ไม่เปิดเผยตัวตน และไม่สามารถระบุตัวตนได้ตลอดเวลา จนกว่าท่านจะลงทะเบียนสมัครบัญชีผู้ใช้ และได้เข้าสู่ระบบด้วยชื่อบัญชีและรหัสผ่านของท่านเอง คลังข้อมูลส่วนบุคคล บริษัท เบบี้กิ๊ฟ (ไทยแลนด์)  จะไม่ยอมให้บุคคลภายนอกมีส่วนร่วมรู้เห็นข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าที่ได้เก็บไว้โดยเด็ดขาด ข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกเก็บไว้จะได้รับการเปิดเผยเฉพาะภายในเครือบริษัทของเราเพื่อการดำเนินการภายในเท่านั้น เมื่อท่านได้สร้างบัญชีผู้ใช้กับบริษัท เบบี้กิ๊ฟ (ไทยแลนด์) ข้อมูลส่วนบุคคลที่เราจะเก็บไว้ มีดังต่อไปนี้ ข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ-นามสกุล, วันเดือนปีเกิด, เพศ, อายุ, เลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลัก, เลขประจำตัวผู้เสียภาษี, สัญชาติ เป็นต้น ข้อมูลที่ใช้ในการติดต่อ เช่น […]

ใกล้คลอดแล้ว คุณแม่ตั้งครรภ์หลายๆคนอาจกำลังกังวลกับการ ผ่าคลอด วันนี้ Baby Gift ได้รวบรวมความรู้มาให้คุณแม่ได้เห็นอีกมุมของการ ผ่าคลอด ซึ่งไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดเลย มาดูไปพร้อมกันเลยค่ะ โดยปกติแล้วคุณหมอจะแนะนำให้คุณแม่คลอดธรรมชาติเอง ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO) เพราะเชื่อว่าการคลอดแบบธรรมชาตินั้นฟื้นตัวไว เสียเลือดน้อย และกลับสู่ภาวะปกติได้อย่างรวดเร็ว แต่ในปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ก้าวหน้ามากขึ้น ทำให้คุณแม่มีทางเลือกเพิ่มมากขึ้นในการคลอดลูก ซึ่งหนึ่งในวิธีที่คนนิยมมากก็คือ “การผ่าคลอด” โดยการผ่าคลอด แบ่งเป็น 2 กรณี คือ  1. ผ่าคลอด แบบวางแผนมาก่อน เมื่อคุณแม่มีความเสี่ยงที่จะคลอดเองไม่ได้ หรือคุณหมอเห็นเหตุจำเป็นที่ต้องกำหนดวันผ่าคลอด ได้แก่ คุณแม่สุขภาพไม่ดีมีความเสี่ยงสูง คุณแม่ที่เคยผ่าคลอดมาก่อน คุณแม่ท้องแฝดไม่สามารถคลอดเองตามธรรมชาติได้ รวมไปถึงทารกที่อยู่ในท่าผิดปกติ หรือทารกอยู่ในภาวะวิกฤตมีความเสี่ยงสูงจำเป็นต้องผ่าคลอดออกมาโดยเร็ว 2. ผ่าคลอด แบบฉุกเฉิน คุณแม่บางคนเกิดภาวะความเสี่ยงกะทันหัน  จำเป็นต้องได้รับการผ่าคลอดแบบฉุกเฉินโดยเร็วที่สุดเพื่อความปลอดภัยของคุณแม่และลูกน้อย ข้อดีของการ “ผ่าคลอด”  ปัจจุบันการผ่าคลอด ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด การผ่าคลอด จึงเป็นอีกทางเลือกใหม่สำหรับคุณแม่ยุคนี้ อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเลือกการคลอดแบบไหน สิ่งสำคัญที่สุดก็คือให้คุณแม่และลูกน้อยปลอดภัย หากคุณแม่รู้สึกไม่มั่นใจหรือเป็นกังวล ควรเข้ารับคำปรึกษาจากคุณหมอเพื่อวางแผนเลือกวิธีการคลอดที่ปลอดภัยที่สุดต่อคุณแม่และลูกน้อย คุณแม่สามารถอ่านข้อมูลข่าวสารอื่นๆได้ที่เว็บไซต์ Baby Gift หากมีคำถามหรือข้อสงสัยเพิ่มเติมสามารถปรึกษาทีม Baby Gift Expert เรายินดีให้คำแนะนำค่ะ

แผ่นรองคลาน ถือเป็นอีกหนึ่งไอเท็มจำเป็นที่ต้องมีในบ้าน ถึงแม้จะไม่อยู่ในลิสของใช้ลูกที่ต้องเตรียมไว้ก่อนคลอด แต่ก็ต้องทำความรู้จักกันไว้ล่วงหน้าซักนิด เพราะแผ่นรองคลาน ถือเป็นอีกอุปกรณ์หนึ่งที่จะช่วยเสริมสร้างพัฒนาการลูกน้อย ในวันที่เขาเริ่มคว่ำตัว และเริ่มที่อยากจะคลาน ซึ่งอยู่ในช่วงวัย 4 – 5 เดือน เป็นต้นไป แล้วแผ่นรองคลานแบบไหนที่ดีต่อลูกน้อยที่สุด วันนี้ Babygift เตรียมคำตอบไว้ให้คุณพ่อคุณแม่แล้วค่ะ แผ่นรองคลานที่ทำจากโฟม EVA วัสดุประเภทโฟม EVA นั้น จะมีน้ำหนักเบา และสามารถตัดเป็นชิ้นได้ง่าย แผ่นรองคลานประเภทนี้ จึงมักจะทำมาในรูปแบบของตัวต่อจิ๊กซอว์ แบบแยกชิ้นส่วน ทั้งแบบตัวเลข หรือตัวอักษรภาษาอังกฤษ เพื่อให้ลูกฝึกต่อเล่น เสริมสร้างพัฒนาการได้ เมื่อถอดเป็นชิ้น ๆ สามารถใส่กระเป๋าพกพาได้ง่าย และมีราคาถูกที่สุดในบรรดาแผ่นรองคลานทุกชนิด แต่เนื่องจากน้ำหนักที่เบาเกินไป ทำให้แผ่นรองคลานไม่ยึดติดกับพื้นบ้าน เมื่อลูกฝึกเดินอาจทำให้ลื่นติดกับเท้า อาจทำให้ลื่นล้มได้ / วัสดุมีกลิ่น และมีสี ที่อาจเป็นอันตรายหากลูกสัมผัสและนำมือเข้าปาก / วัสดุเป็นโฟม จึงไม่ทนทานต่อการขีดข่วน เมื่อเด็กเล็กที่มีเล็บยาว ข่วน หรือจิกเวลาที่พยุงตัว ก็อาจจะทำให้ฉีกขาดได้ง่าย จึงใช้งานได้เพียงระยะสั้น / แผ่นที่แยกกันทำให้อาจเกิดร่อง ซึ่งเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค และวัสดุชนิดนี้ไม่สามารถกันน้ำได้ […]

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
Promotions
Locations
BabyGift Family
BabyGift Care
Parents Guide
News & Event

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid