คาร์ซีทหมุนได้ 7 รุ่นโดนใจแม่ ปี 2024

คาร์ซีท ( Car Seat ) หนึ่งในอุปกรณ์เพิ่มความปลอดภัยให้กับเด็ก สำหรับการเดินทางด้วยรถยนต์ ที่พ่อแม่ทุกคนควรให้ความสำคัญ ควรเตรียมไว้ให้กับลูกตั้งแต่ก่อนคลอด เพราะในความเป็นจริง เราควรใช้คาร์ซีทตั้งแต่วันแรกที่พาลูกออกจากโรงพยาบาล เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้นจากการเดินทาง นอกจากนี้ร่างกายของเด็กในช่วงแรกเกิดก็ยังมีความบอบบางจึงต้องใส่ใจและได้รับการดูแลเป็นพิเศษ

คาร์ซีทก็มีหลากหลายแบบ หลายประเภท ( อ่านบทความประเภทของคาร์ซีท Click ) แต่วันนี้ที่อยากจะชวนพ่อแม่ทุกคนมาดูกันคือ คาร์ซีทแรกเกิดหมุนได้ 360 องศา ที่ถือว่าเป็นหนึ่งในคาร์ซีที่นิยมใช้เป็นอย่างมาก เพราะมีทั้งความปลอดภัย และมีความสะดวกสบายต่อการใช้งานเป็นอย่างมาก

4 เหตุผล ทำไมควรใช้คาร์ซีทหมุนได้

  1. ติดตั้งครั้งเดียวจบ ไม่ต้องติดตั้งใหม่ เพราะสามารถหมุนคาร์ซีท จากแบบหันหน้าเข้าหาเบาะ (Rear-Facing) สำหรับเด็กแรกเกิด มาเป็นแบบหันหน้าออกไปหน้ารถ (Forward-Facing) สำหรับเด็ก 1 ขวบขึ้นไป
  2. อุ้มลูกขึ้น-ลงรถได้สะดวกยิ่งขึ้น ป้องกันอันตรายจากศีรษะลูกกระแทกกับหลังคารถในขณะที่อุ้มลูกลงคาร์ซีทเข้ารถ
  3. สะดวกสบายสำหรับคุณแม่ที่มีปัญหาเรื่องปวดหลัง เพราะจะทำให้คุณแม่ไม่ต้องเอี้ยวตัว หรือก้มตัวลงไปเยอะในขณะที่พาลูกเข้าคาร์ซีท
  4. ช่วยฝึกให้ลูกนั่งคาร์ซีทได้ง่ายขึ้น เพราะในกรณีที่ลูกตื่นหรือจังหวะรถหยุดติดไฟแดง คุณแม่ก็สามารถหันคาร์ซีทมานั่งเล่นกับลูก เปลี่ยนผ้าอ้อมหรือให้นมได้อย่างสะดวก และทำใกล้ชิดกับลูกมากขึ้นขณะเดินทาง

คาร์ซีทหมุนได้ เลือกแบบไหนดี

  1. หมุนง่ายแค่ไหน เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญที่อยากจะเน้นย้ำให้พ่อแม่ทุกคนตรวจสอบ ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะควรคำนึงถึงการใช้งานจริง ว่าระบบการหมุนมีความซับซ้อน หลายขั้นตอนแค่ไหน และหมุนได้ง่ายแค่ไหน เพราะต่อให้คาร์ซีทหมุนได้แต่หมุนยาก ซับซ้อน ก็ไม่สะดวกต่อการใช้งานจริง พ่อแม่ทุกคนควรเลือกที่ใช้งานได้ง่ายจะดีที่สุด
  2. เบาะควรปรับได้ ควรดูว่าคาร์ซีทนั้นมีการปรับเอนหรือเพิ่มความสูง-ต่ำได้มากน้อยแค่ไหน เพราะเราต้องคอยปรับให้เข้ากับสรีระของลูกที่โตขึ้นทุกวัน และช่วงแรกเกิดเด็กต้องการการพักผ่อนมากที่สุด ซึ่งก็ควรปรับเอนได้มากที่สุดเท่าที่มากได้ หรือไม่ควรต่ำกว่า 135 องศา ที่อยู่ในช่วงองศาการนอนที่ปลอดภัยของเด็กแรกเกิด
  3. การระบายอากาศ อีกหนึ่งสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญไม่ว่าจะเป็นคาร์ซีทหมุนได้หรือหมุนไม่ได้ เพราะถ้าหากใช้กับเด็กแรกเกิดแล้ว เรื่องนี้ต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากเด็กแรกเกิดร่างกายยังควบคุมอุณหภูมิไม่ไม่ดี ทารกจึงเหงื่ออกตามหลังและคอมากเป็นพิเศษ การระบายอากาศที่ดีจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับคาร์ซีทแรกเกิด
  4. การติดตั้ง ควรเลือกคาร์ซีทให้เหมาะกับการติดตั้งของตัวรถที่ใช้เป็นประจำ ซึ่งปัจจุบันคาร์ซีทมีให้เลือกอยู่ 2 แบบ คือ
    • การติดตั้งด้วยระบบ Belt หรือการติดตั้งด้วยระบบสายเข็มขัดนิรภัยของตัวรถ คาร์ซีทที่ติดตั้งแบบนี้ ข้อดีคือ จะทำให้สามารถติดตั้งได้กับรถทุกรุ่น ไม่ต้องกลัวว่ารถที่มีอยู่จะติดได้หรือไม่ได้ บ้านไหนที่มีรถหลายคัน แต่มีคาร์ซีทแค่ตัวเดียว การติดตั้งแบบ Belt ก็จะสะดวก เพราะไม่ต้องกลัวว่ารถคันไหนจะติดได้ไหม แต่ข้อเสียคือ ขั้นตอนติดตั้งมีหลายขั้นตอน ต้องมีการศึกษาและเข้าใจ เพื่อที่จะติดตั้งได้ถูกต้องและปลอดภัย
    • การติดตั้งด้วยระบบ ISOFIX คือระบบการติดตั้งคาร์ซีทแบบใหม่ตามมาตรฐานสากล มีลักษณะการติดตั้งแบบการยึดติดคาร์ซีทกับตัวรถยนต์ด้วยตัวยึดแท่งเหล็กที่มีความแข็งแรง ข้อดีคือ เพิ่มความสะดวกในการติดตั้งคาร์ซีท ไม่ซับซ้อนหลายขั้นตอน ในปัจจุบัน รถยนต์รุ่นใหม่ ๆ จะมีการติดตั้งแบบ ISOFIX ให้มาด้วย
  5. การรับประกัน นอกจากจะซื้อคาร์ซีทจากแหล่งที่เชื่อถือได้แล้ว คาร์ซีทนั้นควรมีการรับประกันจากบริษัทด้วย หากมีการชำรุด ก็สามารถส่งซ่อมหรือมีอะไหล่ให้เปลี่ยน ปัจจุบันนอกจากการรับประกันสินค้าแล้ว บางรุ่นยังมีการรับประกันเมื่อเกิดอุบัติเหตุได้ด้วย เพราะคาร์ซีทที่ผ่านอุบัติเหตุรุนแรกมาแล้วจะมีความปลอดภัยลดลง ควรเปลี่ยนใหม่ทันที
  6. ตราสัญลักษณ์รับรองความปลอดภัยต้องมี  หลังจากมีประกาศจากกระทรวงอุตสาหกรรม (อก.) มาแล้ว ว่าคาร์ซีทในประเทศไทย จะต้องผลิตหรือนำเข้าเฉพาะคาร์ซีทที่ผ่านการทดสอบความปลอดภัยของยุโรปเท่านั้นคาร์ซีทที่ผ่านมาตรฐานของยุโรป จะมีสัญลักษณ์มาตรฐาน ECE R44/04 และ ECE R129 (i-SIZE) ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกว่ามีความปลอดภัยสูงสุด 

การใช้คาร์ซีทให้ปลอดภัย

  1. ไม่ควรใช้คาร์ซีทมือสอง เพราะคาร์ซีทมือสองที่ผ่านการใช้งาน วัสดุจะมีการเสื่อมสภาพ โดยเฉพาะคาร์ซีทที่เราไม่ทราบประวัติการใช้งานที่แท้จริง ว่าเคยผ่านอุบัติเหตุมาก่อนหรือไม่ เพราะสภาพภายนอกอาจจะดูสมบูรณ์และชิ้นส่วนที่มีผลต่อความปลอดภัย อาจมีการแตกหัก หรือเปราะบางจะไม่สามารถปกป้องลูกน้อยเมื่อเกิดอุบัติเหตุได้
  2. ควรให้เด็กแรกเกิดนั่งคาร์ซีทหันหน้าเข้าหาเบาะ จนถึงอายุ 2 ปี หรืออย่างน้อย 1 ปี เพราะการนั่งเข้าหาเบาะจะช่วยปกป้องคอและหลังของเด็กที่บอบบางได้เป็นอย่างดี
  3. การใช้คาร์ซีทควรติดเข็มขัดนิรภัย 5 จุด ทุกครั้งและควรปรับสายเข็มขัดให้ไม่หลวม ไม่ตึงจนเกินไป ซึ่งอาจจะเป็นอันตรายต่อตัวเด็กได้
  4. การใช้คาร์ซีทเด็กแรกเกิดควรเลือกคาร์ซีทที่มีหมอน Support สำหรับเด็กแรกเกิด เพราะร่างกายของเด็กช่วงแรกเกิดยังบอบบาง ต้องได้รับการปกป้องเป็นพิเศษ
  5. เมื่อเด็กโตขึ้น มีขนาดตัวที่เพิ่มขึ้น เบาะ Support ต่างๆของคาร์ซีท ควรถอดออกตามอายุหรือในคู่มือกำหนด เพื่อทำให้เด็กนั่งคาร์ซีทได้อย่างสะดวกสบาย และปลอดภัย

คาร์ซีทหมุนได้ 7 รุ่น น่าใช้ โดนใจแม่ ประจำปี 2024

Ailebebe รุ่น Kurutto R The First

ุดเด่น 

  • หมุนได้ง่าย ด้วยมือเดียว 360 องศา หมุนลื่น ไม่ทำให้เด็กตกใจ 
  • ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ล่าสุดจากยุโรป ECE R129 (i-Size) 
  • ซัพพอร์ตข้างศีรษะหนาที่สุด 100 mm. ปกป้องทารกได้ปลอดภัยสูง 
  • ผ้า AG Pure ต้านแบคทีเรีย 99% อ่อนโยนต่อทารก 
  • ผ้าตาข่าย W Russell ตลอดช่วงตัว ระบายอากาศดี ไม่ร้อน ไม่อับชื้น 
  • ช่องระบายอากาศด้านหลัง 1,695 ช่อง อากาศถ่ายเท ไม่ร้อน หลังไม่เปียก
  • เข็มขัดนิรภัย 5 จุด พร้อมระบบ Jumping Harness พาลูกนั่งหรือออกจากคาร์ซีทได้รวดเร็วมาก 
  • ขาค้ำยัน มีระบบ Sensor เสียงแจ้งเตือน หากติดตั้งไม่ถูกวิธี 
  • เทคโนโลยีความปลอดภัย Baby Catch Technology หรือ ระบบพนักพิงยุบตัวอัตโนมัติ ลดการกระแทกและป้องกันการกระแทกซ้ำ ๆ ในขณะที่เกิดอุบัติเหตุ 

การใช้งาน : เด็กแรกเกิดความสูง 40-100 cm. หรือ อายุ 0- 4 ปี 

การติดตั้ง : ระบบ ISOFIX 

แบรนด์ : ประเทศญี่ปุ่น 

Ailebebe รุ่น Kurutto R Grance 

ุดเด่น 

  • หมุนได้ง่าย ด้วยมือเดียว 360 องศา หมุนลื่น ไม่ทำให้เด็กตกใจ 
  • ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ล่าสุดจากยุโรป ECE R129 (i-Size) 
  • ซัพพอร์ตข้างศีรษะหนาที่สุด 100 mm. ปกป้องทารกได้ปลอดภัยสูง 
  • ผ้าตาข่าย W Russell ตลอดช่วงตัว ระบายอากาศดี ไม่ร้อน ไม่อับชื้น 
  • ช่องระบายอากาศด้านหลัง 1,695 ช่อง อากาศถ่ายเท ไม่ร้อน หลังไม่เปียก
  • เข็มขัดนิรภัย 5 จุด พร้อมระบบ Jumping Harness พาลูกนั่งหรือออกจากคาร์ซีทได้รวดเร็วมาก 
  • ขาค้ำยัน มีระบบ Sensor เสียงแจ้งเตือน หากติดตั้งไม่ถูกวิธี 
  • เทคโนโลยีความปลอดภัย Baby Catch Technology หรือ ระบบพนักพิงยุบตัวอัตโนมัติ ลดการกระแทกและป้องกันการกระแทกซ้ำ ๆ ในขณะที่เกิดอุบัติเหตุ 

การใช้งาน : เด็กแรกเกิดความสูง 40-100 cm. หรือ อายุ 0- 4 ปี 

การติดตั้ง : ระบบ ISOFIX 

แบรนด์ : ประเทศญี่ปุ่น

Ailebebe รุ่น Kurutto 6i Premium

จุดเด่น 

  • หมุนได้ง่าย ด้วยมือเดียว 360 องศา หมุนลื่น ไม่ทำให้เด็กตกใจ 
  • ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยจากยุโรป ECE R44/04
  • ซัพพอร์ตหนานุ่ม 50 mm. ปกป้องศีรษะทารกได้อย่างปลอดภัย 
  • ผ้า Mesh เรียบนุ่ม ตลอดช่วงตัว ระบายอากาศดี ไม่ร้อน ไม่อับชื้น
  • เทคโนโลยีความปลอดภัย Baby Catch Technology หรือ ระบบพนักพิงยุบตัวอัตโนมัติ ลดการกระแทกและป้องกันการกระแทกซ้ำ ๆ ในขณะที่เกิดอุบัติเหตุ
  • ช่องระบายอากาศด้านหลัง 1,695 ช่อง อากาศถ่ายเท ไม่ร้อน หลังไม่เปียก 

การใช้งาน : เด็กแรกเกิด – 4 ปี หรือ น้ำหนัก 0-18 กก. 

การติดตั้ง : ระบบ ISOFIX 

แบรนด์ : ประเทศญี่ปุ่น 

Aprica รุ่น Fladea Grow 360 Premium 

คาร์ซีทโด่งดังจากญี่ปุ่น เด่นเรื่องการปรับนอนราบได้เลย ถึง 170 องศา คุณพ่อคุณแม่ที่ต้องเดินทางไกล เดินทางบ่อย รุ่นนี้ตอบโจทย์ที่สุดแล้ว เพราะเป็นคาร์ซีทที่ทำให้เด็กแรกเกิดนอนสบายมาก อีกทั้งฟังก์ชั่นต่าง ๆ ออกแบบโดยกุมารแพทย์ เชื่อถือได้เลยว่านั่งสบายและปลอดภัยสุด ๆ ด้วย 

จุดเด่น 

  • หมุนได้ 360 องศา ล็อค 4 ทิศทาง ปลอดภัย พาลูกขึ้น-ลงรถได้อย่างสะดวก 
  • ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ล่าสุดจากยุโรป ECE R129 (i-Size) 
  • ปรับคาร์ซีทให้นอนราบได้ ถึง 170 องศา ให้เด็กนอนพักผ่อนได้สบายกว่า 
  • เด็กคลอดก่อนกำหนดใช้ได้อย่างปลอดภัย การนอนราบทำให้หายใจสะดวกมากขึ้น
  • มี Support สำหรับเด็กแรกเกิดโดยเฉพาะ ปกป้องร่างกายบอบบางของทารกแรกเกิดได้ดี 

การใช้งาน : เด็กแรกเกิดความสูง 40-100 cm. หรือ อายุ 0 – 4 ปี 

การติดตั้ง : ระบบ ISOFIX 

แบรนด์ : ประเทศญี่ปุ่น 

Renolux รุ่น Gaia

จุดเด่น 

  • หมุนง่ายได้ถึง 360° สะดวก ช่วยอุ้มลูกเข้าหรือออกคาร์ซีทได้ง่ายขึ้น
  • ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ล่าสุดจากยุโรป ECE R129 (i-Size) 
  • ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยจาก ADAC เยอรมัน และ TCS สวิตเซอร์แลนด์ 
  • เทคโนโลยี Softness Cushion ใช้โครงเหล็กทั้งตัว ฉีดหุ้มด้วยโฟมพิเศษ ทำให้เบาะนุ่มพิเศษ นั่งสบายเหมือนโซฟา 
  • ปรับเลื่อนระดับเพิ่มพื้นที่วางขาได้ ให้ลูกนั่งหันหน้าเขาเบาะได้นานที่สุด 4 ปี หรือส่วนสูง 105 cm.
  • ผ้า Cool Soft สัมผัสเย็น ทักถอพิเศษแบบ Topstiches นั่งแล้วไม่เกิดการกดทับ 
  • มี Side Protection ป้องกันการชนด้านข้าง รองรับแรงกระแทกได้ดี 

การใช้งาน : เด็กแรกเกิดความสูง 40-105 cm. หรือ อายุ 0 – 4 ปี 

การติดตั้ง : ระบบ ISOFIX 

แบรนด์ : ประเทศฝรั่งเศส 

KINDERKRAFT รุ่น I-360​

จุดเด่น 

  • คาร์ซีทหมุนได้ 360 องศา เพียงกดปุ่ม
  • ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ล่าสุดจากยุโรป ECE R129 (i-Size)
  • ติดตั้งง่ายด้วยระบบ ISOFIX และ Support leg
  • ปรับการใช้งานได้ 3 STEP ติดตั้งได้ทั้ง หันหน้าเข้าหาเบาะรถ (Rearward Facing) หันหน้าไปหน้ารถ (Forward Facing) และปรับเป็นบูสเตอร์ซีทเด็กโต (Booster Seat)​
  • Head Support หนา 3 ชั้น ปกป้องศีรษะและลำคอทารกแรกเกิดได้อย่างแน่นหนา
  • Side Protect เสริมการ์ดด้านข้าง ป้องกันการกระแทกได้อย่างปลอดภัย​
  • ปรับเอนนอนได้ 5 ระดับ ตามสรีระลูกน้อยแต่ละวัยจนถึงส่วนสูง 150 cm.​
  • ปรับความสูงพนักพิงศีรษะได้ 12 ระดับ ตามสรีระลูกน้อยแต่ละวัยจนถึงส่วนสูง 150 cm.​

การใช้งาน : เด็กแรกเกิด – 12 ปี หรือ ความสูง 40 – 150 cm.​

การติดตั้ง : ระบบ ISOFIX 

แบรนด์ : ประเทศอเยอรมันนี

KINDERKRAFT รุ่น I-GROW​

จุดเด่น

  • ​คาร์ซีทหมุนได้ 360 องศา เพียงกดปุ่มก็หมุนง่าย
  • ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ล่าสุดจากยุโรป ECE R129 (i-Size)
  • ติดตั้งปลอดภัยสูง ด้วยระบบ ISOFIX และ TOP TETHER ตะขอเกี่ยวเบาะรถยนต์
  • ปรับการใช้งานได้ 3 STEP ติดตั้งได้ทั้ง หันหน้าเข้าหาเบาะรถ (Rearward Facing) หันหน้าไปหน้ารถ (Forward Facing) และปรับเป็นบูสเตอร์ซีทเด็กโต (Booster Seat)​
  • โครงคาร์ซีทใหญ่ แข็งแรง แตกหักยาก ดูดซับรงกระแทกได้ดี​
  • ปรับเอนนอนได้ 5 ระดับ ตามสรีระลูกน้อยแต่ละวัยจนถึงส่วนสูง 150 cm.​
  • ปรับความสูงพนักพิงศีรษะได้ 12 ระดับ ตามสรีระลูกน้อยแต่ละวัยจนถึงส่วนสูง 150 cm.​

การใช้งาน : เด็กแรกเกิด – 12 ปี หรือ ความสูง 40 – 150 cm.​

การติดตั้ง : ระบบ ISOFIX 

แบรนด์ : ประเทศเยอรมันนี

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

BabyGift Grand Opening ฉลองเปิดสาขาใหม่ “ปิ่นเกล้า-ราชพฤกษ์” สาขาที่ 7 อย่างเป็นทางการตอกย้ำความเป็นผู้นำร้านจำหน่ายสินค้าแม่และเด็ก BabyGift พร้อมที่จะส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับคุณพ่อ-คุณแม่และลูกน้อยในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด ” The Best Gift for your Baby ” ​ ขอขอบคุณ แบรนด์ Partner ผู้บริหาร และคณะกรรมการทุกท่านเป็นอย่างมาก ที่มาร่วมงาน และคอยสนับสนุนเบบี้กิ๊ฟอย่างดีตลอดมาค่ะ Attitude Mom Thailand : เครื่องปั๊มนม 5 โหมด อัจฉริยะ กรวยซิลิโคนแท้ Spectra Thailand เครื่องปั้มนม Iflin baby PUR Thailand Mellow for Kids ผ้ารองกันน้ำ100% เมลโล่ Bambies Thailand Baby Natura Beaba Thailand Luxury Baby […]

เพราะการเรียนรู้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในตำรา การพาลูกน้อยออกไปทำกิจกรรมเด็กนอกบ้านจึงเป็นตัวช่วยสำคัญในการส่งเสริมพัฒนาการรอบด้าน พร้อมเปิดโลกทัศน์ใหม่ ๆ ให้พวกเขาได้สัมผัสประสบการณ์จริง บทความนี้ BabyGift ได้รวบรวม 15 ที่เที่ยวเด็ก กทม. และพื้นที่ใกล้เคียงที่คัดมาแล้วว่าดีที่สุด เพื่อให้ทุกครอบครัวได้ใช้เวลาวันหยุดอย่างมีคุณค่าร่วมกัน วิธีเลือกสถานที่กิจกรรมสำหรับเด็ก การเลือกสถานที่ทำกิจกรรมเด็กให้เหมาะสมกับช่วงวัยเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้ลูกสนุกได้อย่างเต็มที่และปลอดภัยที่สุด กิจกรรมเด็กสำหรับทารกและเด็กเล็ก (0-3 ปี) เน้นสถานที่ที่สะอาด ปลอดภัย และมีการจัดการสุขอนามัยที่ดีเยี่ยม กิจกรรมเด็กสำหรับวัยอนุบาล (3-6 ปี) วัยนี้กำลังช่างจดจำและเลียนแบบ ควรเลือกกิจกรรมที่ส่งเสริมจินตนาการ กิจกรรมเด็กสำหรับวัยประถม (7-12 ปี) เด็กโตต้องการความท้าทายและกิจกรรมที่ช่วยเสริมทักษะทางสมอง กิจกรรมเด็กสำหรับวัยรุ่น (13-18 ปี) เน้นกิจกรรมที่สร้างความภูมิใจในตัวเองและการเข้าสังคมกับเพื่อนวัยเดียวกัน 15 กิจกรรมเด็กและที่เที่ยวในกรุงเทพ หากคุณกำลังมองหาที่เที่ยวเด็ก กทม. ที่ไปได้ทั้งครอบครัว มีทั้งโซนความรู้และความบันเทิงแบบจัดเต็ม นี่คือ 15 พิกัดแนะนำที่เราคัดสรรมาให้คุณพ่อคุณแม่ตามไปเช็กอินได้ตลอดปีนี้ 1. พิพิธภัณฑ์พระรามเก้า (RAMA9 MUSEUM) พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่ง รวบรวมความรู้เรื่องวิวัฒนาการโลกและสิ่งมีชีวิตผ่านสื่อที่เข้าใจง่าย เหมาะสำหรับการมาเป็นครอบครัวเพื่อเรียนรู้เรื่องธรรมชาติและการรักษาสิ่งแวดล้อม 2. ท็อปกอล์ฟ เมกาซิตี้ (Topgolf Megacity) สถานที่พักผ่อนสไตล์ Sport […]

คุณแม่ทุกคนล้วนแต่คิดถึงลูกในท้องมาเป็นอันดับแรก โดยเฉพาะเมื่อเป็นเรื่องของอาหารการกินและการบำรุง แต่คุณแม่หลายๆ คนตอนนี้กลับต้องมานั่งเครียดกับปัญหาน้ำหนักของตัวเองที่ทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นจนเกินจะควบคุมได้ ถ้าพูดแบบชาวบ้านๆ เค้าเรียกกันว่า “น้ำหนักลงแม่หมด” ค่ะ และคุณลูกก็ยังตัวเล็กเหมือนเดิมนะ เพราะงั้น ถ้าคุณแม่รู้สึกว่าน้ำหนักคุณแม่ขึ้นมากจนเกินไป ก็อย่าเพิ่งดีใจว่าลูกของคุณแม่ตัวใหญ่สมบูรณ์ เพราะความจริงแล้ว อาหารที่คุณแม่ทานเข้าไปนั้นอาจจะไม่ได้มีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อทารกในครรภ์ หากแต่เป็นอาหารเพิ่มเนื้อหนังคุณแม่ต่างหาก ไม่ว่าจะเป็นแป้งเอย ไขมันเอย ทราบอย่างนี้แล้ว ก่อนจะนำอะไรเข้าปาก ลองฉุกคิดกันซักนิดก่อนดีกว่า ว่าอาหารคำนี้จะไปเป็นของคุณแม่หรือของคุณลูก น้ำหนักช่วงไตรมาส 2 ควรเป็นประมาณไหน? คุณแม่ทราบหรือเปล่าคะว่าคุณแม่ที่กำลังตั้งท้องนั้นจะมีความต้องการพลังงานมากกว่าสาวๆ ทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 300 กิโลแคลอรีต่อวัน นั่นหมายถึงว่า โดยปกติแล้วเราจะต้องการพลังงานแค่ 2,000 กิโลแคลอรีใช่มั้ยคะ แต่คุณแม่ๆ ก็จะต้องการที่ประมาณ 2,300 กิโลแคลเพื่อที่จะนำมาสร้างเนื้อเยื่อและอวัยวะต่างๆ ของลูกน้อย ความจริงแล้ว ไม่มีใครสามารถบอกเป็นตัวเลขได้เป๊ะๆ ว่าน้ำหนักคุณแม่ควรจะเพิ่มขึ้นที่เท่าใด เพราะจะต้องคำนึงถึงน้ำหนักก่อนตั้งครรภ์ด้วย แต่ถ้าจะให้พูดโดยรวมๆ น้ำหนักของคุณแม่ควรจะเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 7 กิโลกรัม และไม่ควรเกิน 13 กิโลกรัมค่ะ ในช่วงไตรมาสที่ 2 นั้น น้ำหนักของคุณแม่จะขึ้นเร็วกว่าในช่วงไตรมาสแรกอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉลี่ยแล้วจะขึ้นที่ 0.5 กิโลกรัมต่อสัปดาห์เลยทีเดียวนะ เพราะช่วงนี้จะเป็นช่วงที่คุณแม่ส่วนใหญ่สามารถทานอะไรได้มากขึ้น […]

เชื่อว่าคุณแม่ร้อยทั้งร้อยที่อ่านบทความนี้อยู่อยากให้ลูกน้อยคลอดออกมามีผิวสวยสุขภาพดีอย่างแน่นอน ถึงเราจะอยากให้ลูกออกมาผิวขาวใสแค่ไหน ก็อย่าไปเชื่อคำโฆษณาอาหารเสริมต่าง ๆ นะคะ เพราะอาหารเสริมบางตัวไม่เหมาะกับคุณแม่ตั้งครรภ์อย่างยิ่ง คุณแม่บ้านไหนอยากให้ลูกผิวดี ลองมาดูอาหารง่าย ๆ ไม่ต้องจ่ายเงินแพง ๆ แถมยังหาซื้อได้ทั่วไปกันดีกว่า 1. ถั่วเหลือง ถั่วเหลืองนั้น นอกจากจะแหล่งโปรตีนที่ทรงคุณค่าไม่แพ้นมวัวแล้ว นมถั่วเหลืองยังเป็นอาหารที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่มีชื่อว่า “ไอโซฟลาโวน” ซึ่งเจ้าสารต้านอนุมูลอิสระตัวนี้นี่แหละค่ะที่จะไปช่วยกำจัดอนุมูลอิสระภายในร่างกาย ชะลอความเสื่อมของเซลล์ต่าง ๆ ซึ่งไม่ได้มีผลแค่กับคุณแม่นะ แต่ยังส่งผลไปถึงคุณลูกด้วย อาหารที่ประกอบด้วยถั่วเหลืองง่าย ๆ ก็เช่น น้ำเต้าหู้ เต้าหู้ หรือนมถั่วเหลืองที่คุณแม่สามารถหาซื้อได้ทั่วไปเลย นอกจากนี้ถั่วเหลืองยังมีกรดอะมิโนที่มีส่วนช่วยทำให้มีผิวกระจ่างใสอีกด้วย 2. ผลไม้สดและน้ำผลไม้ ข้อนี้เดาได้ง่าย ๆ เลยใช่มั้ยล่ะคะ ก็แน่นอนว่าเมื่อพูดถึงเรื่องผิวสวยแล้ว สิ่งที่เราขาดไม่ได้เลยก็คือผลไม้ รวมถึงน้ำผลไม้ (ขอแบบแท้ 100% ไม่ผสมน้ำตาลด้วยนะ) และถ้าจะให้ดีกว่าเดิม เราขอแนะนำให้คุณแม่ทานผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว เช่น สับปะรด ส้ม เพราะเจ้าพวกผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวเหล่านี้จะมีกรดซิตริกที่ค่อนข้างสูง แถมยังอุดมด้วยวิตามินซี ซึ่งเป็นวิตามินที่จะมาช่วยเรื่องผิวโดยตรงเลยค่ะ ยิ่งไปกว่านั้น! นอกจากผลไม้และน้ำผลไม้รสเปรี้ยวจะช่วยบำรุงให้ผิวลูกน้อยคุณแม่แล้ว สารอาหารในผลไม้พวกนี้ยังช่วยฟื้นฟูผิวของตัวคุณแม่ด้วย คุณแม่บ้านไหนที่นอนไม่หลับ สิวขึ้น ผดขึ้น ลองมาทานผลไม้กันดูนะ […]

โดยส่วนใหญ่แล้ว หากต้องการพาทารก ขึ้นเครื่องบิน เพื่อความปลอดภัยคุณพ่อคุณแม่ควรพาไปเมื่อทารกอายุ 4-8 สัปดาห์ขึ้นไปค่ะ เนื่องจากว่าทารกมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อจากการเดินทางได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่ เพราะระบบภูมิคุ้มกันของทารกยังไม่แข็งแรงมากพอ อีกทั้งสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อยๆ บนเครื่องบินยังทำให้ทารกเกิดความเครียดได้ง่าย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ในหลายๆ สายการบินมีการอนุญาติให้ขึ้นได้ตั้งแต่อายุ 7 วัน และในบทความนี้ BabyGift จะพาคุณพ่อคุณแม่ไปทำความเข้าใจเรื่องราวของการพาเด็ก ขึ้นเครื่องบินอย่างปลอดภัย พร้อมคำแนะนำต่างๆ ก่อนการพาลูกขึ้นเครื่องบินีกันค่ะ  ชวนเตรียมพร้อมก่อนพา เด็ก ขึ้นเครื่องบิน ต้องเตรียมอะไร ? ต้องรู้อะไรบ้าง ?  ในแต่ละสายการบินมักจะมีข้อกำหนดที่แตกต่างกันในการพาทารก ขึ้นเครื่องบินค่ะ บางที่ก็อนุญาติให้โดยสารได้ตั้งแต่ 7 วัน แต่บางที่ก็ต้องอายุ 14 วันก่อนถึงจะอนุญาติให้เดินทางได้ ซึ่งเอกสารที่ใช้สำหรับการเดินทางหลักๆ ก็จะเป็นใบสูติบัตร กับพาสปอร์ตนั่นเองค่ะ ซึ่งหากมีเด็กโดยสารไปด้วย ผู้ปกครองจำเป็นต้องติดต่อสายการบิน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้เตรียมความพร้อมในการดูแลในวันเดินทางได้นั่นเอง ซึ่ง BabyGift ได้เช็กข้อมูลกับสายการบินที่อนุญาติให้ทารกเดินทางมาให้ประมาณ 3 สายการบิน พร้อมคำแนะนำต่างๆ เพื่อเป็นข้อมูล เป็นไอเดียให้คุณพ่อคุณแม่ที่ต้องการพาเจ้าตัวจิ๋วขึ้นเครื่องบิน ดังนี้ค่ะ พาเด็ก ขึ้นเครื่องบิน การบินไทย  การบินไทยอนุญาติให้ทารก […]

ในช่วงที่คุณแม่เริ่มตั้งครรภ์มักมีการท้องผูก เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ทำให้ระบบการขับถ่ายเริ่มเปลี่ยนไปด้วย วิธีแก้ท้องผูกสำหรับคนท้องกับ 7 อาหารช่วยให้คุณแม่ท้อง หมดปัญหาเรื่องท้องผูกอีกต่อไป ตำลึงเป็นผักไม้เลื้อยที่ปลูกง่ายมีขายทั่วไปที่สำคัญนำมาปรุงอาหารจานอร่อยก็แสนจะง่าย เช่น แกงจืดตำลึง ตำลึงผัด น้ำมันหอย เป็นต้น และอย่างที่รู้ดีว่า ผักใบเขียวเป็นแหล่งสารอาหารสำคัญอย่างเบต้าแคโรทีนที่มีส่วนในการบำรุงสายตาและมีเส้นใยอาหารอยู่มากด้วยค่ะ กุยช่ายเพราะเป็นผักที่มีกลิ่นแรงคะแนนความนิยมอาจไม่มากแต่ประโยชน์ทางสารอาหารสิ่งที่ได้เรียกว่ามากโขค่ะ ไม่ว่าเบต้าแคโรทีน แคลเซียม คาร์โบไฮเดรต และฟอสฟอรัส มีเส้นใยอาหารที่ดีต่อระบบการย่อยอาหาร ฉะนั้นถ้าไม่ฝืนความรู้สึกเกินไปกับการกินก็ไม่น่าพลาดกับเมนูกุยช่ายผัดกับเนื้อสัตว์ ลูกพรุนไม่ว่าพรุนสด พรุนเมล็ด หรือน้ำลูกพรุนสกัดแบบสำเร็จรูป เป็นทางเลือกหนึ่งในการกินแก้อาการท้องผูกที่ช่วยให้คุณแม่ขับถ่ายได้สะดวกยิ่งขึ้น เพราะผลไม้ประเภทนี้อุดมไปด้วยไฟเบอร์มีสรรพคุณเป็นยาระบายอ่อนๆ ค่ะ กล้วยผลไม้ดีๆ ที่กินได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่มีให้เลือกหลายชนิดตามความชอบไม่ว่าจะเป็น กล้วยหอม กล้วยน้ำว้า กล้วยไข่ ที่สำคัญกินได้ทั้งปี ราคาไม่แพง ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายช่วยใช้ขับถ่ายสะดวก มะละกอสุกอีกหนึ่งผลไม้หากินง่ายราคาเบาๆ มากด้วยคุณค่าด้านโภชนาการไม่ว่าวิตามินบี1 บี2 และเบต้าแคโรทีน รวมถึงประโยชน์ทางยา แก้เรื่องท้องผูก เหมาะเป็นผลไม้มื้ออาหารว่างของแม่ท้องทีเดียว น้ำนอกจากร่างกายมีความจำเป็นต้องได้รับน้ำอย่างพอเพียงเพื่อซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกายโดยผ่านการดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ8 แก้ว การดื่มน้ำยังเป็นวิธีที่ช่วยให้ระดับขับถ่ายทำงานได้ดีเป็นปกติด้วยค่ะ ข้าวกล้องบางครั้งก็เรียกว่าข้าวแดง ข้าวซ้อมมือ ข้าวอนามัย ที่มีความต่างทางสีสัน ด้านคุณค่าทางสารอาหารแบบข้าวหอม เพราะอุดมด้วยสารอาหารมีสรรพคุณเป็นยาอาหารสุภาพของใครหลายๆ คน โดยเฉพาะเรื่อองกากใยอาหารในข้าวกล้องนั้นถูกค้นพบว่า มีส่วนช่วยป้องกันอาการท้องผูก เป็นข้อเสนอดีๆ ในการเลือกกินค่ะ ขอขอบคุณข้อมูลจาก : mother&care

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
Promotions
Locations
BabyGift Family
BabyGift Care
Parents Guide
News & Event

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid