ลูกติดเต้า ไม่เอาขวดนม รับมืออย่างไร

” ลูกติดเต้า ไม่ยอมใช้ขวดนมเลย ทำอย่างไรดี ? เริ่มให้ลูกหย่านมจากเต้า มาฝึกใช้ขวดนมเมื่อไหร่ดี ? ” อีกคำถามที่แม่ๆหลายคนมักเจอตอนลูกน้อยอายุ 1 ขวบ โดยเฉพาะคุณแม่ที่เลี้ยงลูกน้อยด้วยนมจากเต้าเพียงอย่างเดียว วันนี้ BabyGift มีเคล็ดไม่ลับมาฝากแม่ๆกันค่ะ

ต้องขอเกริ่นก่อนว่า ความจริงแล้วการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เป็นสิ่งที่ดีที่สุดอยู่แล้ว ด้วยคุณค่าของน้ำนมความอบอุ่นและอื่นๆ แต่เมื่อลูกรักโตขึ้น หลายคนที่ดูดนมแม่จากเต้าจนติด หรือที่เรียกว่า ” ลูกติดเต้า “  งอแงไม่ยอมกินนมจากขวด เวลาที่คุณแม่ต้องออกไปทำงานหรืออยู่นอกบ้าน การให้นมแม่จากขวดนม หรือการเริ่มหย่านมแม่ มักจะเกิดปัญหาตามมาเพราะลูกไม่ยอมกินนมจากขวด งอแงร้องไห้  จนเกิดปัญหาการกินกับลูกได้ และปัญหาการใช้ชีวิตของคุณแม่เอง

ฉะนั้นมาดูกันเลยค่ะว่าจะมีเทคนิคแบบไหน ที่สามารถทำให้ลูกได้ฝึกกินนมจากขวดได้ โดยไม่หักดิบ ไม่ทำให้ลูกร้องไห้งอแง หงุดหงิดเสียใจ คุณแม่เองก็ไม่ต้องเครียดไปด้วย ตามมาดูกันเลยค่ะ

8 ทริค ฝึกลูกดูดนมขวดแบบแฮปปี้

1 )  ค่อยๆ ฝึก ไม่บังคับลูก
เพราะการดูดขวดคือทักษะใหม่ของลูกรักที่เคยแต่ดูดนมแม่จากเต้ามาตลอด จนกลายเป็นว่า ลูกติดเต้า รวมถึงวิธีการดูดนมจากขวดกับการดูดนมจากเต้าก็มีความแตกต่าง  จึงต้องอาศัยเวลาให้ลูกปรับตัวและฝึกฝน

รวมถึงลูกรักเองก็ต้องใช้สมาธิในการดูดมากขึ้นในช่วงแรก ฉะนั้นการทำความเข้าใจไม่บังคับ และให้ลูกได้ลองฝึกในสิ่งแวดล้อมที่เงียบและสงบค่อย ๆ ป้อนไป จะช่วยทำให้ลูกรู้สึกผ่อนคลายและยอมกินได้มากขึ้น

2 )  เริ่มใช้ขวดตอนลูกไม่งอแง
นั่นคือหลีกเลี่ยงการให้ลูกลองทำอะไรใหม่ในช่วงเวลาที่เขาอาจจะงอแงได้ง่าย นั่นคือ ช่วงที่ลูกง่วงนอนจัด และช่วงที่ลูกหิวจัดนั่นเอง เพราะลูกจะโวยวายร้องไห้ไม่ยอมให้ความร่วมมือแน่นอน

3 )  การสลับมื้อนมจากเต้าและนมจากขวด
เป็นวิธีการค่อยๆ สลับมื้อนมให้ลูกคุ้นเคยมากขึ้น ด้วยการจากที่เคยให้นมจากเต้าทั้งวัน คุณแม่ก็อาจจะนำนมแม่ที่ปั๊มไว้มาให้ลูกกินสลับบ้างในบางมื้อ เช่น หากใน 1 วันให้กิน 5 ครั้ง ก็เริ่มเปลี่ยนเป็นนมจากเต้า 4 ครั้ง นมจากขวดสัก 1 ครั้ง พอวันที่ 2 ก็ให้นมจากเต้า 2 ครั้ง นมจากขวด 2 ครั้ง ค่อยๆ ทำ แบบนี้สัก 3-4 วัน ให้ลูกรู้ว่าจะมีสลับกันบ้าง พอลูกเริ่มยอมรับได้ ค่อยเพิ่มจำนวนมื้อนมจากขวดให้มากขึ้น  หรือจะใช้สูรการสลับมื้อนม ดังนี้

  • วันที่ 1-3 : มื้อแรก ให้นมจากขวด 1 ขวด แทนนมแม่จากเต้า มื้ออื่นๆ ที่เหลือเป็นนมจากเต้าเหมือนเดิม
  • วันที่ 4-6 : ให้นมจากขวด 2 ขวด อาจเป็นมื้อแรก หรือมื้อบ่าย นอกนั้นมื้ออื่นๆ สลับเป็นนมแม่จากเต้า
  • วันที่ 7-9 : ให้นมจากขวด  3 ขวด  ในมื้อแรก มื้อที่สอง และมื้อเย็น ที่เหลือเป็นนมแม่จากเต้า
  • วันที่ 10 : ให้นมจากขวดทั้งหมดทุกมื้อ

4 )  ฝึกลูกดูดนมจากขวดก่อนเวลาหิวจริง
ควรเริ่มให้ดูดนมจากขวด ก่อนมื้อนมประมาณ 10-15 นาที หรือช่วงเวลาที่ลูกใกล้ตื่นจากนอน  โดยไม่ควรฝึกให้ลูกดูดนมแม่จากขวดตอนที่ลูกร้องหิว เพราะลูกจะมีอาการหงุดหงิด จนไม่ยอมกินนมแม่ที่อยู่ในขวดได้

5 )  ให้คนอื่นป้อน
เพราะลูกรักติดนมจากเต้าคุณแม่มานาน รวมถึงมีความผูกพันและอาจติดกลิ่น ติดความรู้สึกที่ได้กินนมแม่จากเต้า ดังนั้นเวลาที่ลูกเห็นหรือได้กลิ่นแม่อยู่ด้วย ลูกอาจจะไม่ยอมดูดนมจากขวดได้

ฉะนั้นบางครั้งอาจจะต้องให้คนอื่นเป็นคนป้อนขวดให้ลูก แล้วคุณแม่ก็แยกตัวไปอยู่ที่อื่นก่อน  เพื่อเป็นการฝึกซ้อมตอนแม่ต้องไปทำงาน หรือออกไปนอกบ้านให้ลูกได้ค่อยๆ คุ้นเคย  โดยคุณแม่ควรหลบไปอยู่นอกสายตาไม่ให้ลูกมองเห็น และอยู่ห่างๆ เพราะสัญชาตญานของลูกจะจำกลิ่นแม่ได้ ทำให้ลูกไม่ยอมกินนมจากขวด

6 )  เปลี่ยนจุกให้เหมาะสม
การเลือกจุกนมเป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่ง สำหรับการฝึกลูกกินนมจากขวด  เพื่อไม่ให้ลูกสับสนหัวนมระหว่างหัวนมจากเต้าแม่และหัวนมจากขวด  ดังนั้นคุณแม่จึงควรเลือกหัวนมที่มีลักษณะและความนิ่มพอ ๆ กับหัวนมแม่   เลือกใช้จุกนมเสมือนนมแม่ เพื่อให้ลูกรู้สึกคล้ายการดูดนมจากเต้านมแม่  ดยปัจจุบันมีให้เลือกมากมาย ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นจุกนมที่มีความนิ่ม มีฐานกว้าง ที่ลูกจะต้องใช้วิธีการดูดทั้งปากคล้ายนมแม่

Tommee Tippee  ราคา 355.- บาท (2 ชิ้น/แพค)

  • จุกนมสำหรับเด็ก ที่มีฐานกว้าง
  • ใช้งานได้กับขวดนมชนิด PP PES
    แก้ว ถุงเก็บน้ำนม Express and Go
  • ผลิตจากซิลิโคนที่เลียนแบบเต้านมของแม่
    จึงให้ผิวสัมผัสนุ่ม ยืดหยุ่น น้ำนมไหลอย่างธรรมชาติ
  • ทนความร้อนได้ 120 องศาเซลเซียส
  • น้ำหนักเบา มีความยืดหยุ่นสูง
  • คุ้มค่าระยะเวลาการใช้งาน 2-3 เดือน
  • สามารถฆ่าเชื้อได้ด้วยการต้ม หรือเครื่องนึ่งฆ่าเชื้อได้
  • ปราศจาก BPA (สารก่อมะเร็ง)

PUR จุกนม รุ่น Gentle Touch ราคา 215.- บาท  (2 ชิ้น/แพค)

  • คอกว้าง ขนาดใหญ่ สำหรับเด็ก 6 เดือนขึ้นไป แพ็ค 2 ชิ้น
  • มีแอร์วาว์ล ช่วยให้อากาศไหลผ่านจุกนมได้สะดวก ระดับการไหลของน้ำนมให้เป็นไปอย่างสม่ำเสมอ จุกนมไม่ฟีบแบนแม้ดูดอย่างต่อเนื่อง (คล้ายดูดนมแม่)
  • แอร์วาว์ล จะช่วยทำให้ไม่เกิดสุญญากาศที่ขวดนม จึงช่วยลดอาการสำลักซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของอาการโคลิก
  • ช่วยให้ลูกน้อยไม่ต้องกลืนอากาศในขณะดูดนม หมดกังวลเรื่องปัญหาท้องอืด ท้องเฟ้อ ไม่สบายท้อง
  • จุกนมซิลิโคน สามารถฆ่าเชื้อโดยวิธีการต้ม / แช่ในน้ำเดือด / นึ่งในเครื่องนึ่งไฟฟ้า หรือไมโครเวฟ

7 )  ใช้ขวดนมป้องกันลมเข้า ป้องกันท้องอืด
เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาลูกกินนมจากเต้าคุณแม่ มักจะไม่มีอาการท้องอืดแน่นท้อง ไม่เคยดูดลมเข้าในท้อง แต่การเปลี่ยนมาดูดนมขวด อาจทำให้ลูกมีอาการแน่นท้องได้ พ่อแม่จึงควรต้องป้องกันไม่ให้ลูกมีอาการไว้ก่อน เนื่องจากหากลูกปวดท้อง ไม่สบายท้องเพราะดูดขวด เขาจะไม่ยอมดูดขวดอีกเลย  คุณแม่จึงควรฝึกลูกกินนมจากขวด ด้วยการเลือกซื้อขวดนมที่มีคุณภาพในการป้องกันลมเข้า ป้องกันโคลิก และให้ลูกได้หยิบจับได้สะดวก

Mummom PPSU Feeding bottle Anti-Colic
ขวดนมป้องกันอาการโคลิค ขนาด 6 oz.  ราคา 490.- บาท

  • ผลิตจากพลาสติ PPSU ที่ทนต่อความร้อนสูงถึง 180 องศา ใช้งานนานถึง 2 ปี
  • วัสดุทุกชิ้นปราศจากสาร BPA และหมึกที่ใช้พิมพ์ลายขวดนม ผลิตจากพืช ปลอดภัยต่อลูกน้อย (100% Safe: BPA Free, Non-toxic plant ink)
  • มีจุกนมที่ออกแบบให้เหมือนเต้านมแม่ ฐานกว้างนมไม่รั่ว
  • มีรูระบายอากาศ แบบเข้าทางเดียว ทำให้น้ำนมไหลสม่ำเสมอ จุกนมไม่ฟีบแม้ดูดต่อเนื่อง
  • จุกยางต่อกับสายยางทำให้ไม่มีลมเข้าเวลาดูด ทำให้ไม่เกิดลมเข้าสู่ปากลูก ไม่มีอาการท้องอืด หรือท้องเฟ้อ
  • ผ่านการรับรองมาตรฐาน , มอก.

Tommee Tippee ขวดนม รุ่น Anti-colic 9 ออนซ์ ราคา – บาท

  • มีส่วนช่วยลดการเกิดอาการโคลิค ปวดท้อง แน่นท้อง
  • ผลิตจากพลาสติก ชนิด PP (โพลีโพลไพลิน) ขวดใส น้ำหนักเบา
  • สามารถทนความร้อนได้ 110-120 องศาเซลเซียส
  • คุ้มค่า สามารถใช้งานขวดนมได้นาน 6 เดือน
  • สามารถฆ่าเชื้อได้ด้วยการต้ม หรือเครื่องนึ่งฆ่าเชื้อได้
  • ปราศจาก BPA (สารก่อมะเร็ง)

Nanobebe ขวดนม รุ่น Flexy Silicone 9 ออนซ์  ราคา 695.- บาท

  • ทำจากซิลิโคนเกรดพรีเมียม เป็นฟู้ดเกรดที่ดีที่สุด BPA-Free, phthalate-free, lead-free, and PVC-free. 100% silicone interior
  • จุกนมรุ่นระบายอาการพิเศษที่ลดอาการโคลิค มีรูระบายอากาศ 3 รู อยู่ตัวไม่ยุบลงง่าย ทำให้ลูกสามารถดูดได้ดี ไม่เกิดอาการหงุดหงิดหรือไม่สบายตัวหลังการดูดขวด
  • ผิวสัมผัสนิ่ม ให้ความรู้สึกเสมือนเต้านมแม่ ทำให้ลูกสามารถเปลี่ยนจากเต้านมแม่สู่ขวดได้อย่างสบาย หรือสามารถใช้สลับเต้าขวดโดยไม่เกิดการสับสนของเต้านมแม่
  • มีฐานขวดนมกว้างทรงคล้ายเต้านมแม่ ทำให้ขวดตั้งได้อยู่ตัวไม่ล้มลงง่าย และมีระดับวัดปริมาตรที่ชัดเจน
  • คอขวดกว้างทำให้ล้างทำความสะอาดได้ทุกซอกมุม สามารถล้างในเครื่องล้างจาน และฆ่าเชื้อได้ในเครื่องอบ UV เครื่องนึ่ง และไมโครเวฟได้
  • ใช้ได้กับลูกน้อยตั้งแต่วัยแรกเกิด ไปจนถึงวัย Toddler

Dr.Betta ขวดนมคอกว้าง Brain WS2 240 ml. ราคา 1,490 บาท 

  • ออกแบบให้มีรูปทรงโค้ง ตอบโจทย์การดื่มนมของลูกได้ดี ป้องกันโคลิค
  • ลูกดื่มนมในท่านั่งตรงเสมือนดูดนมจากเต้ามารดา กลืนนมได้ง่ายยิ่งขึ้น
  • ลดโอกาสการเกิดโรคหูชั้นกลางอักเสบอัน จากการที่น้ำนมไหลเข้าสู่หูชั้นกลาง
  • ถูกออกแบบมาให้มีอากาศในขวดน้อยที่สุด ลดการกลืนลมของลูกน้อย
  • จุกนมเป็นแบบน้ำนมไหลตามแรงดูดของลูกน้อย มีความนิ่ม ปลายจุกกลมผิวสัมผัสมีความด้าน มีรอยหยักช่วงปลายจุกเสมือนนมแม่
  • ใช้สลับกับการเข้าเต้าได้ รูปทรงโค้ง ให้ลูกจับเองได้ง่าย
  • วัสดุของขวดนม ทำมาจากพลาสติก PPSU (สีชา)
  • แข็งแรงทนทาน ตกไม่แตก ไม่ดูดซับสีและกลิ่น
  • ทนความร้อนสูงสุด 180 องศา นึ่งและอบ UV ได้
  • มีอายุการใช้งานสูงสุด 2 ปี

8 ) การฝึกให้ลูกเริ่มใช้ถ้วยหรือแก้วหัดดื่ม
นอกจากการฝึกให้ลูกใช้ขวดนมดูดน้ำนมแทนกินนมแม่จากเต้าแล้ว หากเป็นไปได้ อาจลองฝึกให้ลูกดื่มน้ำ หรือดื่มน้ำผลไม้ด้วยถ้วยหัดดื่ม เพราะลูกวัย 1 ปีขึ้นไปสามารถดื่มน้ำผลไม้ และน้ำปั่นอื่นๆ ได้บ้างแล้ว

ฉะนั้นหากลูกได้ดื่มนม ดื่มน้ำ  หรือน้ำผลไม้อื่นๆ ได้อย่างมีความสุขหรือหลากหลายมากขึ้น การใช้ถ้วยหัดดื่มสำหรับเด็กที่มีสีสันสดใส ให้ลูกได้หยิบจับถือได้เอง จะทำให้ลูกรู้สึกสนุก และค่อยๆ เลิกกินนมจากเต้า หรือหัดใช้ถ้วยแทนการดูดนมจากขวดได้อีกด้วย มาดูกันว่า ถ้วยหัดดื่มที่น่าสนใจมีแบบไหนบ้าง

Bbox แก้วหัดดื่ม Disney/Sippy Cup 240 ml. ราคา 590.- บาท

  • ผลิตมาจากวัสดุ ซิลิโคนนิ่ม, สเตนเลสคุณภาพสูง, PP-BPA, Phthalates and PVC free ที่มีความปลอดภัยสูง
  • ออกแบบมาสุดพิเศษ โดยมีซิลิโคนลูกบอลเหล็กถ่วงน้ำหนัก
  • ลูกรักสามารถดื่มได้ในทุกอิริยาบถ ไม่ว่าจะนั่งหรือนอน ด้วยนวัตกรรมการออกแบบ ที่ทำให้ปลายหลอดภายในแก้วจมอยู่ในของเหลว ตลอดเวลา
  • ตัวแก้วออกแบบให้มีหูจับถนัดมือ ฝาเปิด-ปิดง่าย ไม่รั่วไม่หก ไม่สำลัก
  • สามารถถอดล้างทำความสะอาดได้ทุกชิ้น ปลอดภัยจากการสะสมของเชื้อรา
  • ปราศจาก BPA, Phthalates และ PVC
  • เหมาะสำหรับลูกรักวัย 6 เดือนขึ้นไป มีสีสันสดใสให้เลือกหลากหลาย

PUR แก้วหัดดื่มพร้อมหลอดดูด Go’in Out 8 ออนซ์ ราคา 225.- บาท

  • ผลิตจากวัสดุปลอดจากสาร BPA จึงมั่นใจในความปลอดภัยต่อลูกน้อย
  • ขวดรูปทรงเว้าจึงจับขวดได้สะดวกยิ่งขึ้น พร้อมสีสันที่ช่วยดึงดูดความสนใจของลูกน้อยนำไปสู่พัฒนาการการเรียนรู้ที่มากขึ้น
  • เก็บรักษาหลอดให้สะอาดด้วยหลอดซิลิโคนไม่รั่วซึม ทำความสะอาดง่ายและถูกสุขอนามัย
  • ให้ลูกน้อยจับและถือได้ถนัดมือ เพราะออกแบบมาให้สามารถล๊อกมือจับหรือแกว่งได้ตามต้องการ
  • สามารถล๊อกมือจับได้ที่ตัวขวด เพื่อใช้เป็นขวดนมแบบปกติระหว่างมื้ออาหารได้
  • เสริมสร้างพัฒนาการ ทำให้ลูกน้อยรู้สึกสนุกสนานและเพลิดเพลินไปกับการดื่มน้ำกับแก้วน้ำสีสันสดใส

เป็นยังไงกันบ้างคะ กับเทคนิคที่ BabyGift นำมาฝาก ขอเพียงหมั่นฝึกฝนตามวิธีการต่างๆ ที่แนะนำ พร้อมกับใช้ตัวช่วยต่างๆ อย่างขวดนมที่เหมาะกับเจ้าตัวเล็ก และมีจุกนมที่ดี เพียงเท่านี้ ก็มั่นใจได้ว่าลูกน้อยจะยอมดูดขวดนมได้อย่างเพลิดเพลินแน่นอนค่ะ

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

คุณแม่ทั้งหลายรู้สึกถึงลูกดิ้นกันรึยังจ้ะ ที่เค้าว่ากันว่าเวลาลูกดิ้นเป็นช่วงที่แฮปปี้สุดๆ นั้นไม่ใช่เรื่องโม้นะ เพราะว่ามันเป็นความมหัศจรรย์ที่น่าตื่นเต้น เหมือนโลกหยุดหมุนเลยล่ะ คุณแม่ๆ มือใหม่ทั้งหลายก็คงกำลังรอช่วงเวลานี้อย่างใจจดใจจ่ออยู่ใช่มั้ยคะ เรามาลองดูกันดีกว่าว่าลูกของคุณแม่ๆ ทั้งหลายจะเริ่มดิ้นกันตอนไหน ท้องเริ่มใหญ่แล้วแต่ลูกไม่เห็นดิ้นซักที… จริงๆ แล้วขนาดท้องก็ไม่ได้บ่งบอกถึงขนาดตัวลูกในท้องของคุณแม่นะ คุณแม่จะรู้สึกถึงการดิ้นของลูกเร็วหรือช้านั้นจะขึ้นอยู่กับผนังหน้าท้องของคุณแม่ต่างหากล่ะ คุณแม่ท่านไหนที่ดั้งเดิมเป็นคนตัวเล็ก ผนังหน้าท้องบาง ก็จะรู้สึกได้เร็วกว่าคุณแม่ที่มีผนังหน้าท้องที่หนาค่ะ ในช่วงท้องอ่อนๆ ขนาดตัวของลูกจะยังเล็กมาก ต่อให้ดิ้นเป็นวงกลมม้วนสิบตลบก็ไม่มีทางมาชนกับผนังหน้าท้องให้คุณแม่รู้สึกได้ค่ะ สำหรับคุณแม่ท้องแรกจะรู้สึกถึงลูกดิ้นตอนประมาณสัปดาห์ที่ 18-25 ส่วนคุณแม่ที่เคยตั้งท้องมาแล้วจะรู้สึกตอนประมาณสัปดาห์ที่ 13-14 ค่ะ ความรู้สึกแรกคือคุณแม่จะรู้สึกเหมือนโดนปลาตอดที่หน้าท้องเบาๆ อาจจะรู้สึกจั๊กจี้นิดนึง แต่มีความสุขสุดๆ ไปเลย ลูกดิ้นตอนไหนบ้างนะ? ลูกน้อยของเรามักจะหลับซะเยอะค่ะ แต่มักจะชอบตื่นมาแดนซ์ตอนช่วงดึกๆ ตั้งแต่ 3 ทุ่มจนเข้าตี 1 ตี 2 ราวกับจะเปิดผับในท้องของเราอย่างนั้นแหละ เอาจริงๆ แล้วลูกน้อยในท้องจะยังตื่นไม่เป็นเวลา เพราะเค้ายังไม่รู้จักกลางวันกลางคืน ส่วนใหญ่ลูกจะดิ้นหลังอาหารทั้งสามมื้อ เวลาคุณแม่ทานอะไรหวานๆ เวลาที่คุณแม่ได้ออกกำลังกายเบาๆ หรือแม้แต่เวลาที่คุณแม่หิวก็อาจจะทำให้ลูกดิ้น เพราะว่าเสียงท้องร้องของคุณแม่อาจจะกำลังกวนเค้าอยู่ พอคุณแม่เริ่มท้องแก่สักประมาณ 36 สัปดาห์ ความรู้สึกถึงการดิ้นของลูกอาจจะเปลี่ยนไปค่ะ จะช้าๆ เนิบๆ เพราะเค้าตัวใหญ่ขึ้นทำให้มีพื้นที่ในมดลูกแคบลง จะมาขยับปุปปับเหมือนเดิมก็คงไม่ได้ละ ลูกดิ้นสำคัญอย่างไร ในช่วงท้องอ่อนๆ จะเป็นช่วงที่คุณแม่กังวลมากว่าลูกยังอยู่กับเรารึเปล่าเพราะเราไม่รู้สึกถึงการขยับของเค้าเลย แต่พอเรารู้สึกว่าเค้าดิ้น เราจะอุ่นใจมากๆ ค่ะ เพราะการดิ้นของลูกน้อยทำให้เรารู้ว่าเค้ายังแข็งแรงดีอยู่นั่นเอง การนับลูกดิ้น คุณแม่มือใหม่บางท่านอาจจะเคยได้ยินเรื่องการนับลูกดิ้น แต่ก็อาจจะยังคงงงๆ ว่าจะนับยังไง การนับลูกดิ้นจริงๆ แล้วก็มีหลายวิธีนะ […]

แม่ท้องต้องตรวจคัดกรองอะไร ใน 3 ไตรมาส เมื่อรู้ว่ากำลังตั้งครรภ์ คุณแม่เคยสงสัยไหมว่าตลอดเวลา 9 เดือนที่ลูกน้อยอยู่ในท้องนั้น ต้องตรวจอะไรบ้าง แม้กระทั่งในวันไปฝากครรภ์คุณหมอก็จะต้องขอตรวจหลายอย่างจากคุณแม่ เพื่อตรวจเช็กสุขภาพ โรคประจำตัว และความเสี่ยงต่างๆ เพื่อการดูแลให้คุณแม่มีครรภ์คุณภาพตลอดเวลา เราจึงมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับการตรวจคัดกรองต่างๆ เพื่อสุขภาพคุณแม่และลูกน้อยตลอด 3 ไตรมาส เพื่อให้คุณแม่ได้รู้ว่าในแต่ละช่วงของการตั้งครรภ์ จะต้องเข้ารับการตรวจอะไร ควรจะเลือกตัดสินใจตรวจแบบไหน รวมถึงการตรวจคัดกรองต่างๆ มีข้อดีข้อเสียอย่างไร เหมาะกับคุณแม่วัยไหนบ้าง แม่ท้องต้องตรวจอะไร? จำเป็นแค่ไหนนะ? การตรวจคัดกรองและตรวจเช็กสุขภาพต่างๆ ของคุณแม่ขณะตั้งครรภ์ถือเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะผลของการตรวจต่างๆ จะช่วยประเมินสุขภาพและความปลอดภัยทั้งของคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์ ได้รู้ถึงความเสี่ยงต่างๆ ในขณะตั้งครรภ์  ได้ตรวจคัดกรองโรคทางพันธุกรรม โรคภัยแทรกซ้อนในขณะตั้งครรภ์ ภาวะอันตรายที่อาจเกิดขึ้น ประเมินอายุครรรภ์และการคลอด รวมถึงยังทำให้ได้รู้ความเสี่ยงอาการดาวน์หรือความผิดปกติของโครโมโซมอื่นๆ ที่สำคัญ ตลอดจนได้รู้โครโมโซมเพศของลูกน้อยในครรภ์อีกด้วย ซึ่งการตรวจต่างๆ นี้จะช่วยให้คุณแม่สามารถดูแลตัวเองได้อย่างถูกต้อง ดูแลสุขภาพลูกน้อยให้แข็งแรงได้ดี และคุณหมอจะยังสามารถให้คำแนะนำคุณแม่ในการปฏิบัติตัว การดูแลรักษาโรคภัยต่างๆ และให้คำแนะนำคุณแม่ในการตัดสินใจคลอดอีกด้วย  เรียกว่าหากคุณหมอแนะนำให้คุณแม่ตรวจอะไร ควรตัดสินใจและเชื่อมั่นในหมอและตัวเองไว้ดีที่สุดค่ะ การตรวจคัดกรองคุณแม่ตั้งครรภ์ 1-3 เดือน (14 สัปดาห์แรก) คุณแม่จะต้องถูกซักประวัติ ตรวจปัสสาวะ เจาะเลือด เพื่อยืนยันการตั้งครรภ์ […]

ปัญหาใหญ่ของคุณแม่อีกปัญหาหนึ่งเวลาตั้งท้องก็คือการทานยาเวลาไม่สบายนั่นเองค่ะ อันนี้กล้าพูดได้เลยเพราะเจอกับตัวเองเหมือนกัน เพราะเราก็ไม่รู้อ่ะเนอะว่าในยาแก้แพ้พวกนี้มีส่วนผสมหรือสารอะไรที่จะมีผลต่อลูกในท้องบ้าง วิธีแก้ไขขั้นพื้นฐานที่สุดก็คือเลิกทานยาไปเลย ขนาดไม่สบายหนักๆ จนแทบทนไม่ได้ยังยอมที่จะไม่ทานยาเลยค่ะ แล้วดูอากาศประเทศไทย เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวฝนตก แบบนี้จะไม่ให้ป่วยยังไงไหว แต่วันนี้เราจะมาบอกคุณแม่แม่ว่า มันมียาแก้แพ้บางตัวที่คุณแม่ท้องสามารถทานได้นะคะ เพราะยาพวกนี้ได้รับการคอนเฟิร์มจากคุณหมอแล้วว่าไม่มีผลต่อลูกน้อยแน่นอน เราลองมาดูกันดีกว่าว่าคุณแม่ใช้ยาอะไรได้บ้าง ยาแก้แพ้ที่ปลอดภัยกับคุณแม่ 1. คลอร์เฟนิรามีน (Chlorpheniramine: CPM) เวลาพูดถึงยาแก้แพ้ ยาตัวแรกที่คนส่วนใหญ่นึกถึงก็คือเจ้ายาตัวนี้แหละ ยาเม็ดเล็กๆ สีเหลืองที่ช่วยลดอาการแพ้ ลดน้ำมูกแล้วก็แก้อาการคัน คุณแม่ท้องทานยาตัวนี้ได้เนอะ เพราะจากกรณีที่ผ่านมายังไม่พบว่ายาตัวนี้ส่งผลต่อลูกในท้องเลยค่ะ แต่ว่ายาตัวนี้มันจะมีผลข้างเคียงทำให้คุณแม่อ่อนเพลีย เพราะงั้นอาจจะต้องงดใช้ยาเวลาที่ต้องเดินทางไปไหนมาไหนนะคะ เพื่อความปลอดภัยของคุณแม่และคุณลูกค่ะ ที่สำคัญก็ไม่ควรใช้ยาตัวนี้เกิน 3 วันนะ เพราะว่าถ้าใช้ไปมากๆ แล้วอาจจะทำให้เกล็ดเลือดต่ำ แล้วลูกที่คลอดออกมาอาจจะมีอาการเลือดไหลผิดปกติได้ด้วยค่ะ 2. แอคติเฟด (Actifed) ยาตัวนี้จะช่วยลดอาการคัดจมูก ทำให้พวกอาการภูมิแพ้ทางจมูกดีขึ้น แล้วก็บรรเทาอาการคัดจมูกที่เกิดจากหวัดได้ค่ะ แต่ยาตัวนี้ก็จะทำให้ง่วงเช่นเดียวกัน ดังนั้น คุณแม่ควรจะทานยาแล้วก็พักผ่อนให้เพียงพอนะคะ พอตื่นมาอาการจะได้ดีขึ้น สดชื่นได้เหมือนเดิมค่ะ 3. เซทิไรซีน (Cetirizine) หรือ ฟาเทค (Fatec ®) คุณแม่ที่ต้องเดินทางหรือทำงานในช่วงที่ไม่สบายก็ขอแนะนำให้ทานตัวนี้เลยค่ะ เพราะว่ายาตัวนี้ไม่ทำให้ง่วงหรืออ่อนเพลีย แถมยังไม่ส่งผลเสียต่อลูกน้อยอีกต่างหาก แต่ว่ายาตัวนี้มันจะออกฤทธิ์ช้ากว่ายาตัวอื่นๆ นะคะ คุณแม่ก็เลยอาจจะหายช้านิดหน่อยค่ะ 4. ยาหยอดหรือยาพ่นจมูก […]

กำหนดคลอดใกล้เข้ามาแล้ว อีกไม่นานจะได้เจอหน้าลูกน้อย คุณพ่อคุณแม่คงตื่นเต้นมากเลยใช่ไหมคะ แต่ก่อนจะไปคลอด เราแนะนำให้จัดกระเป๋า เตรียมของไปคลอด ก่อนนะคะ ซึ่งสามารถเริ่มจัดได้ตั้งแต่ช่วงเดือนที่ 8 หรือเข้าสู่เดือนที่ 9 เลยค่ะ มีอะไรบ้างที่คุณแม่ต้องเตรียม ไปดูพร้อม ๆ กันเลย 10 ไอเท็ม คุณแม่ห้ามพลาด จัดกระเป๋า เตรียมของไปคลอด ต้องมีอะไรบ้าง ของใช้สำหรับลูกน้อย เตรียมของไปคลอด ผ้าห่อตัวเด็กแรกเกิด หมวก ถุงมือ ถุงเท้า เตรียมอย่างละ 2-3 ชุด แนะนำให้เลือกแบบผ้านุ่มพิเศษสำหรับทารกแรกเกิด หากใช้เป็นผ้าห่อตัวทารกเลยก็จะช่วยให้ทารกนอนในท่าตามธรรมชาติได้อย่างสบาย และยังสามารถขยับแขนได้อย่างอิสระ ช่วยให้ทารกหลับได้ง่ายและนานขึ้นด้วย ผ้าอ้อมผ้า ควรจะเตรียมไว้ประมาณ 1 แพ็ค (6 ผืน) ใช้ผ้าอ้อมที่เป็นเนื้อผ้าแบบใยไผ่ 100 % หรือ Cotton 100% เพราะสัมผัสจะนุ่ม ระบายอากาศได้ดี เหมาะกับทารก แนะนำแบรนด์ IFLIN, Sofflin ผ้าเช็ดตัวเด็กทารก สำหรับทารกแรกเกิดที่ผิวยังบอบบางมาก ควรจะใช้ผ้าเช็ดตัวของทารกโดยเฉพาะ ซึ่งผ้าแบบใยไผ่จะเหมาะกับผิวเด็กทารกมากกว่า […]

การดูแลสุขอนามัยของลูกน้อยเป็นหัวใจสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ โดยเฉพาะขวดนมและอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ต้องสัมผัสกับปากของเบบี๋โดยตรง ในยุคที่เชื้อโรคมีการพัฒนาสายพันธุ์อยู่เสมอ การเลือกที่อบขวดนมคุณภาพสูงจึงเป็นหนึ่งในลิสต์ของเตรียมคลอดมีอะไรบ้างที่จำเป็นอย่างมาก วันนี้ BabyGift จะพาไปเจาะลึก 10 อันดับ เครื่องอบขวดนม รุ่นยอดฮิตที่จะมาตอบโจทย์ความสะอาดปลอดภัยในปี 2026 นี้ ทำไมต้องเลือกเครื่องอบขวดนม UV ในปัจจุบัน เครื่องอบขวดนมระบบ UV-C ได้รับความนิยมสูงขึ้นมาก เพราะมีประสิทธิภาพในการยับยั้งเชื้อไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อราได้สูงถึง 99.9% โดยไม่ต้องใช้ความร้อนสูงเหมือนระบบไอน้ำแบบเดิม ข้อดีคือช่วยถนอมอายุการใช้งานของจุกนมและขวดนมพลาสติกไม่ให้ขุ่นมัวหรือเสื่อมสภาพเร็ว ที่สำคัญ ที่อบขวดนมระบบนี้ยังทำงานแบบแห้งสนิท ลดปัญหากลิ่นอับชื้นและการเกิดเชื้อราได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้คุณแม่มั่นใจในความสะอาดได้ทุกครั้งที่ใช้งาน เครื่องอบฆ่าเชื้อ UV เหมาะกับใคร? แม้ว่า เครื่องอบขวดนมจะมีหลายระบบ แต่ระบบ UV นั้นถูกออกแบบมาเพื่อยกระดับความสะดวกสบาย ซึ่งเหมาะสำหรับ รวมสิ่งที่ต้องพิจารณาก่อนตัดสินใจซื้อเครื่องอบขวดนม ก่อนจะตัดสินใจเลือกซื้อ ที่อบขวดนม สักเครื่อง ควรพิจารณาปัจจัยเหล่านี้เพื่อให้คุ้มค่าที่สุด แนะนำ 10 ที่อบขวดนม และเครื่องอบ UV รุ่นยอดนิยมประจำปี 2026 มาดูกันว่าในปี 2026 นี้ มีที่อบขวดนมรุ่นไหนบ้างที่ครองใจคุณพ่อคุณแม่และคุ้มค่ากับการลงทุน เพื่อมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกน้อย […]

คุณแม่หลาย ๆ ท่านคงเคยดูคลิปทารกน้อยใส่ห่วงลอยน้ำ ฝึกน้ำดำ และฝึกลอยตัวอยู่ในน้ำกันใช่ไหมคะ เป็นคลิปที่น่าเอ็นดูมากเลย และหากลูกรักของเราได้ลองทำดูบ้างคงน่ารักมากแน่นอน แต่ก็ยังมีข้อสงสัยว่าจะให้ลูกเริ่มเรียนว่ายน้ำได้ตอนไหน ใช้อุปกรณ์อะไร ปลอดภัยแค่ไหน แล้วจะเลือกโรงเรียนว่ายน้ำแบบไหนให้ลูกดี เรามีคำตอบมาฝากกันค่ะ ลูกทารกเริ่มเรียนว่ายน้ำได้เมื่อไร?  เด็กทารกสามารถเรียนว่ายน้ำได้ตั้งแต่อายุ 3-4 เดือนขึ้นไป โดยให้คุณพ่อคุณแม่สังเกตว่าร่างกายของลูกพร้อมแค่ไหน ให้ลองเริ่มใช้ห่วงยางสวมศีรษะของลูกเพื่อช่วยพยุงตัวในน้ำ เมื่อปล่อยลูกลงสระน้ำแล้วลูกสามารถลอยตัวได้โดยไม่กลัวน้ำเลย การฝึกแบบนี้ก่อนจะช่วยให้ลูกมีความเคยชินกับน้ำ ไม่กลัวน้ำ และเพื่อในอนาคตจะได้หัดว่ายน้ำได้อย่างสบาย หรือจะเริ่มฝึกหรือเรียนว่ายน้ำในช่วงวัย 1 ขวบขึ้นไป ก็เป็นวัยที่เหมาะสมที่สุด เพราะเป็นช่วงที่ลูกมีพัฒนาการด้านภาษาดีขึ้น เข้าใจภาษาที่ผู้ใหญ่หรือพ่อแม่สื่อสาร เริ่มควบคุมการเคลื่อนไหวแขนขาได้ดีขึ้นมากแล้ว สระน้ำแบบไหน ปลอดภัยต่อเด็กเล็ก สระน้ำระบบน้ำเกลือจะเป็นระบบควบคุมความสะอาดของน้ำด้วยเกลือธรรมชาติ มีค่า pH balance ในใกล้เคียงกับน้ำตาธรรมชาติของคน ทำให้ไม่ระคายเคืองต่อตาหรือผิวหนังของเด็กทารก สระน้ำระบบโอโซน จะเป็นระบบที่เอาก๊าซโอโซนมาบำบัดน้ำในสระ มีประสิทธิภาพสูง สามารถฆ่าเชื้อโรคได้ในเวลาอันสั้น และไม่มีสารเคมีตกค้าง ไม่ทำให้ดวงตาหรือผิวหนังทารกระคายเคือง ซึ่งสระระบบนี้ยังไม่ค่อยมีให้บริการมากนัก   เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันของทารกยังไม่แข็งแรง สระน้ำควรจะควบคุมอุณหภูมิน้ำให้อยู่ที่ประมาณ 30- 35 องศาเซลเซียส เพื่อให้ร่างกายของลูกสามารถปรับอุณหภูมิได้ง่าย ไม่ป่วย อุปกรณ์สำคัญเมื่อลูกเล็กต้องว่ายน้ำ เลือกโรงเรียนสอนว่ายน้ำทารกแบบไหน ปลอดภัยเหมาะสม  ข้อดี […]

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
Promotions
Locations
BabyGift Family
BabyGift Care
Parents Guide
News & Event

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid